“สุรเชษฐ์” ถาม “รัฐบาลหนู” เอาไงกันแน่! อย่าพูดไปเรื่อย เบรก 20 บาทตลอดสาย แต่ผุด 40 บาทตลอดวัน แนะ “พิพัฒน์” ไปเข้าใจพรบ.ตั๋วร่วม เท่ากับบัตรใบเดียวก่อน ชี้ลดค่าโดยสารคนกรุงได้แต่ต้องยั่งยืน
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ ในวันแรก
เวลา 23.25 น. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า นโยบายด้านการคมนาคมดูลอยมาก บอกว่า จะลดค่าโดยสารค่าผ่านทางแต่ไม่ได้ระบุว่า ทางไหนบ้าง และถามก่อนว่า จะลดจริงหรือ จะแลกด้วยการขยายสัมปทานเหมือนรัฐบาลก่อนหน้านี้ เรื่องที่สองเขียนไว้ว่าจะสนับสนุนระบบยานยนต์ไฟฟ้า ก็ต้องระบุด้วยว่ายานยนต์แบบไหน และด้วยนโยบายที่ลอยๆตนจึงไปหาข้อมูลมาว่าเมื่อวันที่ 9 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกเบรกรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่วันที่ 16 ก.ย. รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกลับมาบอกว่ารถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เอาอย่างไรกันแน่เพราะถ้าจะทำ 40 บาทตลอดวันก็ไม่ต่างจาก 20 บาทตลอดสาย ล่าสุดวันที่ 26 กันยายนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมฉีกไปบอกว่า จะทำรถเมล์ 8 บาทตลอดสาย สรุปพรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำหรือพูดไปเรื่อย ถ้าแบบนี้ก็จะดูย้อนแย้งกับที่นายกฯได้ระบุว่าจะรักษาการเงินการคลัง
นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจะลดค่าโดยสารให้กับคนในกรุงเทพฯไม่ใช่เรื่องผิด แต่จะลดอย่างไรให้ยั่งยืนไม่ใช่ลดเป็นรายปีแล้ววิ่งหาเงินมาอุด เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนอย่างน่าเกลียด คนกรุงเทพฯเดือดร้อนและมีปัญหาเรื่องค่าโดยสารแพงจริง สาเหตุก็เกิดจากการคิดน้อยของรัฐบาลในอดีตที่เอาผู้ประกอบการเป็นที่ตั้ง หากจะแก้ปัญหาต้องแก้ที่โครงสร้าง คิดตั้งราคาร่วม ควรคิดถึงตั๋วร่วม และค่าโดยสารร่วม ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตั๋วร่วมฉบับที่กำลังพิจารณากันอยู่ ย้ำว่า พ.ร.บ.ตั๋วร่วมคือบัตรใบเดียว ดังนั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ควรทำความเข้าใจว่าตั๋วร่วม คือบัตรใบเดียวไม่ใช่เหมือนที่รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้เปิดให้ลงทะเบียน
ส่วนการอุดหนุนค่าโดยสารสามารถทำได้ แต่ต้องทำอย่างมีแนวคิด และให้ได้สัดส่วนและสมดุล ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด ดังนั้น รัฐบาลอย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ และอย่านำทางด้วยการลด แลก แจก แถม แต่ต้องลุกขึ้นมาเดินหน้าตาม พ.ร.บ.ตั๋วร่วม
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลชุดนี้ จะต้องเร่งตัดสินใจภายใน 4 เดือนนี้ว่า จะไปต่อหรือพอแค่นี้ กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน ที่เซ็นกันไป 6 ปีแต่ไม่มีวี่แวว รัฐบาลที่แล้วก็ปากแจ๋วประกาศกลางสภา ว่าจะไม่แก้จะรักษาผลประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน แล้วก็เลื่อนไปเรื่อยทุกวันนี้ก็ยังเลื่อนอยู่ เพราะการเกรงใจเอกชน ไม่เซ็นเอาผิด และยังช่วยๆกันไป สุดท้ายแล้วตนไม่ได้ขออะไรมากขอแค่ว่า 4 เดือนนี้ อย่าล้มเหลวเหมือนรัฐบาลที่แล้ว ทั้งในเรื่องของรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน อย่าพูดไปเรื่อยทำไปเรื่อย และอย่าปะผุหากินกับปัญหา ขอให้แก้ปัญหาแบบโครงสร้างเหมือนที่พรรคประชาชนเสนอ ลอกได้ ถามได้ ถกเถียงได้ แต่อย่าพูดไปเรื่อย

