‘ชลน่าน’ ตอก ‘อนุทิน’ ขาดภาวะผู้นำ กดเหยียดด้อยค่าคนทำงาน ชี้โครงการ 30 บาทบัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ เกิดสมัย รบ.เพื่อไทย ติงอย่าตีกิน เคลมผลงานคนอื่น
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่าในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายภาพรวมของนโยบาย ความสามารถในการบริหาร เน้นแนวทางการอภิปรายเดินเรื่องบนฐานของนโยบายรัฐภายใต้ข้อจำกัด 4 เดือนยุบสภา จากการศึกษาพบว่าหลายนโยบายทำไม่ได้ หากทำได้ก็ไม่ดี เพราะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติโดยรวม หลายนโยบายคำนึงถึงผลประโยชน์ของกลุ่ม ของพรรค เพื่อสร้างคะแนนนิยมเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง อีกทั้งมีการยกเลิกนโยบายที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ถือเป็นการทำลายโอกาสของประชาชน
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า การชี้แจงของนายอนุทินต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาไม่พูดถึงการทำงาน แต่อาศัยเวลาของรัฐสภากลับมาเคลมผลงานตีกิน เป็นการนำเสนอในลักษณะสวนกลับ กดเหยียด ด้อยค่า ทำให้เกิดความเสียหายในฐานะนายกฯ ผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหาร การแสดงออกเยี่ยงนี้ถือว่าขาดภาวะผู้นำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ต้องตรวจสอบ ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน
นพ.ชลน่านกล่าวว่า การชี้แจงของตนเป็นไปตามข้อเท็จจริง มีหลักเชิงประจักษ์ชัดเจนว่า 30 บาทรักษาทุกที่เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย “30 บาท รักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” นำสู่เป็นนโยบาย ไม่ได้มีเจตนาที่จะเคลมหรือแอบอ้างว่าใครเป็นคนทำนโยบายนี้ก่อนใคร
“นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวของรัฐบาลเพื่อไทย ขับเคลื่อนแตกต่างกัน แต่การตอบชี้แจงของนายอนุทินกลับขอเคลมผลงานตีกิน เปรียบเทียบในสมัยที่นายอนุทินเป็น รมว.สธ. อีกทั้งนายอนุทินใช้ถ้อยคำในลักษณะสวนกลับ กดเหยียด ด้อยค่า ในฐานะนายกฯ ผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหาร การแสดงออกเยี่ยงนี้ถือว่าขาดภาวะผู้นำอย่างยิ่ง ผมไม่เคยคิดจะเคลม จะแข่งผลงานกับใคร และไม่คิดจะนำผลงานไปกดเหยียด เปรียบกับคนอื่นให้รู้สึกด้อยค่า เพราะเป็นการทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน การทำเพื่อให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น เป็นหน้าที่ของนักการเมืองทุกคน เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยยึดมั่นมาตลอด” นพ.ชลน่านกล่าว

