โฆษกรัฐบาล ลั่น ปรับสื่อสาร เชิงรุก แจงนโยบายถึงปชช. โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำถูกต้อง รวดเร็ว ตรงประเด็น ยัน พร้อมทำงานใกล้ชิด
เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลที่ต้องประชาสัมพันธ์ผลงานไปถึงประชาชน ว่า หน้าที่โฆษกรัฐบาล มีหน้าที่ต้องนำเสนอนโยบายที่เป็นภาษาราชการ หรือศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยากต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจได้ตรงประเด็นมากที่สุด และไปในทิศทางเดียวกันไม่ให้ไขว้เขว การสื่อสารที่พูดหลายคนอาจเข้าใจคลาดเคลื่อนและต่างกันได้ หากข่าวไหนผิดต้องแก้ไขและนำเสนอให้ถูกต้อง
ยกตัวอย่าง กรณีที่รัฐบาลจะเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 300 บาท ให้อีกเดือนละ 850 บาท จำนวน 2 ครั้ง สำหรับใช้ในเดือน พ.ย.และ ธ.ค.นี้ จะถอนเป็นเงินสดได้หรือไม่ ขอชี้แจงว่า สิทธิประโยชน์ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้าถอนเงินสดได้ก็ถอน ถอนไม่ได้ก็ไม่ถอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนคาดหวังให้โฆษกตอบโต้กรณีปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นาย สิริพงศ์กล่าวว่า ตนเป็นคนชายแดน เราต้องสื่อสารตรงไปตรงมา ประเด็นสำคัญที่ต้องสื่อสารในช่วงเวลานี้ ซึ่งละเอียดอ่อนต้องคัดกรองข่าว เช่น กรณีที่กัมพูชายิงปืนเล็กหรือปืนสั้นเข้ามาเพื่อหวังให้เราตอบโต้ หากเห็นว่ามีความตึงเครียดก็จะต้องสื่อสารกับประชาชนให้เร็วที่สุด และการทำงานของโฆษกคณะนี้มีความตั้งใจที่จะทำงานกับกระทรวงที่สำคัญต่อการสื่อสาร อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม โดยขอให้ทีมงานโฆษกของกระทรวงนั้นๆ ทำงานร่วมกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อให้การสื่อสารรวดเร็ว ตรงประเด็น โดยจะปรับยุทธวิธีการสื่อสาร เรียงลำดับเหตุการณ์ ทั้งการแถลง การตอบโต้ ที่ต้องตรงประเด็นและรวดเร็วที่สุด นำความล่าช้าในอดีตมาปรับปรุงให้เกิดการสื่อสารเชิงรุกให้มากขึ้น
เมื่อถามว่า มองว่าระยะเวลา 4 เดือนของรัฐบาล เพียงพอในการแก้ปัญหาชายแดนหรือไม่นั้น โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ฝ่ายไทยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กัมพูชาด้วย โดยนายกฯมีเจตนาที่หนักแน่น ว่าสถานการณ์ชายแดนจะไม่เริ่มเจรจาในการเปิดด่านจนกว่ากัมพูชาจะถอนกำลัง และตนเองเชื่อว่ามาตรการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศที่ดำเนินการอยู่ จะกดดันให้กัมพูชาถอนกำลังไปโดยเร็วที่สุดและสถานการณ์จะเป็นปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า แนวทางของรัฐบาลไทยคือ ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกัมพูชาอย่างแน่นอน พร้อมยืนยันว่า ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ยังมีอยู่ โดยยังเป็นชุดเดิมและจะมีประชุมกัน
ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้รัฐบาลช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางโฆษกรัฐบาลจะมีส่วนช่วยอย่างไร นายสิริพงศ์กล่าวว่า เมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญเข้าสภาแล้ว จะต้องดูว่าสภาจะรับร่างไหนมาพิจารณาบ้าง ทิศทางของกรรมาธิการฯเป็นอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจที่ตรงกัน ไม่สับสน พร้อมยืนยันว่า เมื่อผ่านวาระหนึ่ง วาระสอง จะต้องมีการประชาสัมพันธ์กันอย่างเข้มข้น
สำหรับข้อกังวลประชามติ จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสน รัฐบาลจะมีแนวทางสื่อสารกับประชาชนอย่างไรนั้น นายสิริพงศ์กล่าวว่า ในการเลือกตั้งมีความชัดเจนอยู่แล้ว สำหรับบัตรเลือกตั้ง ลักษณะของบัตรก็ต่างกัน ส่วนประชาพิจารณ์ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หรือยกเลิก MOU ก็ไม่ได้เป็นการยากลำบากในการทำความเข้าใจ แต่อาจจะเสียเวลา ตอนที่เข้าคูหา เพราะว่าจะมีหลายคำถามที่ต้องใช้วิจารณญาณ เชื่อว่าเมื่อถึงเวลา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดอะไรออกมา ก็คงจะสื่อสารให้ประชาชนทราบ เช่น ลักษณะบัตร สีบัตร จึงต้องรอ กกต.กำหนดออกมาก่อน

