หน้าแรก การเมือง กมธ.ความมั่นค...

กมธ.ความมั่นคงฯจ่อเรียกอนุทิน-ธรรมนัส สอบโยง เบนจามิน คลี่ ปมสแกมเมอร์

2.10.25 | 11:23 น.

กมธ.ความมั่นคงฯ ลุยสอบปมสแกมเมอร์ระดับโลก สมคบคิดนักการเมืองไทย หวังฮุบพลังงานไทย เล็งเชิญบริษัทเอกชนให้ข้อมูล อัด ‘ไชยชนก’ ตั้งกก.สอบสินบน40ล้าน แค่ทำขั้นต่ำ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานฯ วาระพิจารณาศึกษาปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชา ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย กรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือนายเบน สมิธ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทย

โดยมีการเชิญนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)​ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)​ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ

โดยก่อนประชุมนายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า เราพิจารณาเรื่อง นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ โดยเฉพาะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ที่พบว่า นายเบนจามิน อาจจะเป็นหัวขบวนสำคัญระดับแมมมอสของเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา ที่กำลังนำเงินผิดกฎหมายเหล่านี้มายึดประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจพลังงาน ผ่านธนาคารหรือบริษัทต่างๆ รวมถึงอาจจะใช้เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดที่แล้วเร่งรีบในการฟอกเงินเป็นจำนวนเงินหลายแสนล้านบาท ซึ่งเมื่อเราเจอคีย์แมนคนสำคัญอาจจะต้องเข้าไปจัดการ จึงเป็นที่มาที่กมธ.ความมั่นคงฯ ต้องพิจารณาเรื่องของบุคคลคนนี้

Advertisement

เมื่อถามว่า จะต้องเชิญนายเบนจามินมาให้ข้อมูลหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า พูดตรงๆ ตนไม่รู้จะไปเชิญที่ไหนเหมือนกัน แต่เรื่องนี้อาจจะไม่มีความจำเป็นที่จะเชิญนายเบนจามิน เพราะหลักๆ เราให้ความสำคัญในเรื่องของหน่วยงานของรัฐที่จะให้ข้อมูลต่างๆ และบริษัทเอกชนต่างๆ ที่ตนมองว่าน่าสนใจ แต่เนื่องจากตัวละครมีจำนวนมาก เราจึงเอาหน่วยงานหลักๆ ก่อน ไม่ว่าจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนเดียวกัน ซึ่งเข้าใจว่าท่านคงไม่มาและมอบหมายให้คนอื่นมา รวมถึงวันนี้มีการเรียกตำรวจ ดีเอสไอ ก.ล.ต. ป.ป.ง. และสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งหวังว่าจะได้รับความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การทลายหัวขบวนแก๊งสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยแต่เป็นของโลก

เมื่อถามว่า ต้องมีการเชิญร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะมีการพิจารณากันอีกครั้ง แต่ร.อ.ธรรมนัสอยู่ในเป้าหมายที่เราจำเป็นต้องเชิญมาให้ข้อมูลอยู่แล้ว แต่วันนี้เราเอาหน่วยงานที่มีหน้าที่หลักก่อน ร.อ.ธรรมนัสยังอยู่ในฐานะพยานที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด พอๆ กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เนื่องจากนายทักษิณยังถูกจำคุกอยู่ จึงยังเชิญมาไม่ได้ แต่เบื้องต้นอาจจะมีการเชิญร.อ.ธรรมนัส มาอีกครั้ง ซึ่งจะต้องรอดูการพิจารณาในกมธ.ฯ วันนี้ให้ข้อมูลสะเด็ดน้ำมากขึ้นก่อน

เมื่อถามว่า จะมีการพิจารณาเรื่องเงินสินบน 40 ล้านบาทด้วยหรือไม่ เพราะอาจจะมีความเกี่ยวข้องกัน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อาจจะมีความเชื่อมโยงกัน แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก ประเด็นหลักคือเรื่องของนายเบนจามิน เพราะเราอยากทลายหัวขบวนของแก๊งสแกมเมอร์ แต่เงินสินบน 40 ล้านบาทนั้น เรายังไม่ทราบว่ามีการเชื่อมโยงกับเรื่องของนายเบนจามินมากน้อยเพียงใด ซึ่งเรามีความเป็นห่วงว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกัน หากมีความเกี่ยวข้องจริงก็จะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากและใหญ่กว่าเดิม เพราะแม้แต่รัฐมนตรีก็สามารถซื้อได้ เป็นเรื่องที่อาจจะต้องมีการถามกันต่อไป

เมื่อถามถึง กรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องดังกล่าวแล้วนั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่นายไชยชนกทำคือขั้นต่ำ ซึ่งก็ยังไม่มีไทม์ไลน์หรือเฮดไลน์ออกมาว่าจะมีบทสรุปออกมาอย่างไร หากนายไชยชนกยังถูกซื้อ แล้วหน่วยงานอื่นๆ จะถูกซื้อไปด้วยหรือไม่ จะมีการจ่ายสินบนในลักษณะเช่นนี้ด้วยหรือไม่ สิ่งที่นายไชยชนกพูดถ้าจะมีประโยชน์ คือการทำให้เราเกิดคำถามและเข้าใจว่าวันนี้ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ยังปราบไม่ได้สักครั้ง เพราะหน่วยงานของรัฐอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับสินบนด้วยหรือไม่