หน้าแรก การเมือง สภากลาโหม เคา...

สภากลาโหม เคาะ 8 นโยบายเร่งด่วน กำชับทหารทำหน้าที่ด้วยความสามัคคี เป็นเอกภาพกับรบ.

2.10.25 | 13:24 น.

สภากลาโหม เคาะ 8 นโยบายเร่งด่วน สนองนโยบายรัฐบาล พร้อมย้ำ ให้ทหารปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามัคคี เป็นเอกภาพกับรัฐบาล รักษาความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 9/2568 ณ ห้องภาณุรังสี ในศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยฯ ปลัด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รวมทั้งผู้แทนของหน่วยงานต่างๆ

โดย รมว.กลาโหม ได้กล่าวแสดงความสำนึก ในในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยแสดงความพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อนำพาและพัฒนากองทัพให้มีความพร้อม ทันสมัย เข้มแข็งสง่างาม เป็นมืออาชีพ เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ในทุกโอกาส ได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม และได้รับการยอมรับในเวทีนานาชาติ พร้อมมอบนโยบายสำคัญ เร่งด่วน 8 ข้อ ในช่วงที่รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ตลอด 4 เดือนนี้

เรื่องที่ 1 ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุด คือการแก้ไขปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยให้ความสำคัญกับการรักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก และเน้นย้ำเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

Advertisement

2.การพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้เกื้อกูลต่อการเคลื่อนย้ายกำลัง การป้องกันชายแดน การป้องกันประเทศ และการปฏิบัติการทางทหารอื่นๆ โดยมอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเหล่าทัพ เร่งรัดการดำเนินการ เช่น หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และสายส่งกำลังบำรุง ให้กับหน่วยทหารที่อยู่ในแนวหน้า

3.การเสริมสร้างกองทัพไม่มีศักยภาพและความพร้อมรองรับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เช่นการนำโดรน UAS หรือ CAUS หรือระบบแอนตี้โดรนมาใช้ รวมทั้งพัฒนาปฏิบัติการรบผสมเหล่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันเหล่าทัพสามารถรบร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นส่วนรับผิดชอบหลัก

4.การพัฒนากองทัพให้มีโครงสร้างที่เหมาะสม พร้อมรบ และทันสมัย รวมทั้งกำหนดสัดส่วนงบประมาณที่เหมาะสม ระหว่างงบพื้นฐานกับงบพัฒนากองทัพ

5.คือการพัฒนาขีดความสามารถกำลังพลของกองทัพ ในการใช้เครื่องมือบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับหน่วยงานพลเรือน มีการจัดทำ MOU ร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

6.คือการพัฒนางานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมุ่งสู่เชิงพาณิชย์ ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และส่งเสริมภาคเอกชน เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันไทยจำเป็นต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้นในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

7.การพัฒนาศักยภาพและดูแลสิทธิ สวัสดิการของกำลังพลชั้นผู้น้อย และทหารกองประจำการ ตลอดจนครอบครัวของกำลังพล ให้มีความมั่นคง

และ 8.การยกระดับระบบการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพื่อดูแลทหารผ่านศึกและครอบครัวได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืน ครอบคลุมถึงการดูแลเรื่องเงินค่าตอบแทน เงินเยียวยาต่างๆ และสิทธิต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่

โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ มีการลงพื้นที่ไปดูแลเยียวยาครอบครัวกำลังพลที่พบความขัดข้องในการรับเงินเยียวยา เนื่องจากกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการตามที่สัญญาไว้ในด้านการสนับสนุนเยียวยาทั้งหลาย รวมถึงทหารที่รับบาดเจ็บ ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันว่าจะมีการช่วยเหลือ โดยให้ญาติหรือครอบครัวของกำลังพลที่เสียชีวิต พิจารณาให้สามารถบรรจุเข้ารับราชการเป็นกำลังพลของกองทัพต่อไป

ทั้งนี้ ในที่ประชุม รมว.กลาโหม ได้ชื่นชมกำลังพลทุกระดับ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา ด้วยความเสียสละ อดทน เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จนเป็นที่ไว้วางใจ เชื่อมั่น และศรัทธาของประชาชน สมศักดิ์ศรีของกองทัพ

โดยเน้นย้ำ ให้ธำรงรักษาที่ดีภาพลักษณ์ที่ดีของทหารและกองทัพ ในสายตาของประชาชน ทั้งในและเวลาราชการ ตลอดจนการใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีความรับผิดชอบ และเน้นย้ำให้ทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคีในหมู่คณะ เป็นหนึ่งเดียวกับรัฐบาล เป็นเอกภาพ โดยยึดถือความถูกต้อง ความมีเหตุและผล และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง