หน้าแรก การเมือง ไอซ์ รักชนก แ...

ไอซ์ รักชนก แฉอีก ประกันสังคมไม่แผ่ว มีที่ปรึกษาเก๊แนะนำลงทุน 2.7 ล้านล้าน

3.10.25 | 09:26 น.

ไอซ์ รักชนก แฉอีก ประกันสังคมไม่แผ่ว มีที่ปรึกษาเก๊แนะนำลงทุน 2.7 ล้านล้าน
วันที่ 3 ตุลาคม น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า สำนักงานประกันสังคม ไม่เคยแผ่วเลยสักวัน

ในห้องประชุมการลงทุนของประกันสังคม มีที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนจาก Mercer 2คน คนนึงนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยกายเนื้อ ป้ายแนะนำ คือตัวแทนจาก Mercer อีกคนนึงเป็นชาวต่างชาติ อยู่ในวีดีโอคอลก็ตั้งชื่อว่า Mercer ประชุมกันแบบนี้มานานเท่าไหร่ไม่รู้

อยู่มาวันนึงก็มีคนสงสัยว่าทำไมมีตัวแทนจาก Mercer 2คน แต่ก็อาจจะไม่แปลก อาจมาช่วยกันทำงานพิจรณาเรื่องต่างๆให้รอบคอบ แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้จึงถามว่าทำไมถึงมีตัวแทนจาก Mercer 2คน

คนที่อยู่ในวิดีโอคอลบอกว่า ตนคือตัวแทนจาก Mercer เพียงหนึ่งเดียว แต่ที่เงียบมาตลอดเพราะฟังภาษาไทยไม่ออก ในที่ประชุมคุยกันแต่ภาษาไทยเลยไม่เคยได้แสดงความคิดเห็นอะไร อ่าว แล้วไอ้ที่นั่งในห้องประชุมคือใคร ?

เรื่องนี้เล่าไปก็เหมือนนิทาน แต่เรื่องที่คุยกันในห้องนั้น มันคือเงิน 2.7 ล้านล้าน เงินของผู้ประกันตน 24ล้านคน ที่เอาไปกองรวมกันไว้ แล้วไว้ใจให้สำนักงานประกันสังคมดูแล เอาไปลงทุนให้มันงอกเงยเพื่อที่ในอนาคตยามเกษียณจะได้มีเงินใช้ตอนบั้นปลาย มันคือเงินมหาศาลและชีวิตคนเป็นสิบล้าน แต่สำนักงานประกันสังคมทำเหมือนกำลังเล่นขายของ!

Advertisement

สอบถามได้ความว่า ประกันสังคมจ้าง Mercer เป็นที่ปรึกษา ในราคา 15 ล้านบาท ซึ่งในสัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่อนุญาตให้จ้างช่วงต่อ (Subcontract) แต่ Mercer จ้างช่วงต่อ เป็นบริษัทนึงในไทย

ความเสียหายตรงนี้อธิบายง่ายๆ สมมติตกลงงานกันโดยบอกว่าจะจ้างคุณสรยุทธ มาอ่านข่าว ก็จ่ายเงินให้ในราคาจ้างคุณสรยุทธ และตกลงว่าห้ามไปจ้างช่วงต่อ แต่ถึงเวลาคุณสรยุทธบอกว่าส่งใครก็ได้ไปอ่านข่าวแทน เอ้า แล้วเราจะจ่ายเงินในราคาจ้างคุณสรยุทธเพื่อ

ซึ่ง Subcontract ที่ Mercer จ้างสมมติว่าชื่อนาย ก ตลอดระยะเวลานาย ก ก็นั่งอยู่ในที่ประชุม พิจารณาผลประโยชน์ 2.7 ล้านล้าน จะขยับอะไรจะลงทุนอะไรก็จะอ้างคำแนะนำจาก Mercer แต่! เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปสัญญาจ้างหมดอายุ แต่ทั้ง Mercer และทั้ง นาย ก ก็ยังนั่งอยู่ในห้องที่พิจารณาวาระการลงทุน ทั้งที่บทสนทนาควรเป็นเฉพาะการภายใน

มันไม่ได้เว้ย เพราะกองทุนประกันสังคม เป็นกองทุนมูลค่า 2.7ล้านล้าน จะขยับไปทางไหน ลงทุนอะไร หรือถอนตัวจากหุ้นอะไร มันมีผลต่อราคาขึ้นหรือลง เอาง่ายๆว่าถ้าคุณรู้ว่า ประกันสังคมกำลังจะตัดสินใจลงทุนในหุ้น A เดือนหน้า มูลค่าหลายหมื่นล้าน แค่คุณซื้อหุ้นไว้รอประกันสังคมเข้า ก็อาจจะรวยไม่รู้เรื่องได้แล้ว ดังนั้นผู้ที่จะมีสิทธิเข้าพิจารณาแต่ละวาระมันต้องรัดกุม แล้วนี่ประกันสังคมอนุญาตให้เอาคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามานั่งอยู่ในพื้นที่ที่สำคัญเช่นนี้ได้อย่างไร?

– – – – –

ปัญหาคือ

1) บอกเสมอว่าต้องปิดลับเพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ที่เห็นๆกันก็มีแต่ผลประโยชน์ทับซ้อนเต็มไปหมด – กองทุนประกันสังคม เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากลและที่ผ่านมาทำอะไรก็อ้างว่าการดำเนินการแบบ “ลับ” เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน (conflict of interest) มาตลอด แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นความลับแต่กันเจ้าของเงิน ปกปิดข้อมูลแต่กับผู้ประกันตน แต่ภายในกลับทำสุ่มเสี่ยงเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม

2) ตีลับ แบบลับแค่กับผู้ประกันตน ถ้ามารุมกินโต๊ะเหมือนกันก็ไม่ลับ – มีการจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนการลงทุน มูลค่า 15 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ข้างต้นมีการขอเอกสารไป สำนักงานอ้างว่าเอกสารลงทุนอยู่ในชั้นความลับ ซึ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของ ประกันสังคม มักจะถูกปิดเป็นความลับ สัญญาการจ้างเอกชน ก็ตีความเกินเลยว่า ‘ลับ’ ทั้งๆที่โดยปกติแล้ว สัญญาการจ้างเอกชนเป็นข้อมูลที่ต้องเปิดเผยเพื่อความโปร่งใสของการบริหารจัดการ ตลอดจนการลงทุนของสำนักงานที่เปิดเผยข้อมูลน้อยมาก เท่าที่ผู้ประกันตนหาได้มีเพียงสินทรัพย์ 10 ตัวแรกของการลงทุน

ที่เหลือเจ้าของเงินไม่มีทางรู้ว่าเงินของพวกเขาถูกเอาไปลงทุนกับอะไรบ้าง แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ตามจะไม่เปิดเผยเอกสาร มันจึงเป็นทางให้ใครบางคนเข้ามารุมทึ้งกินเงินในกองทุน เช่นในอดีต อยู่ดีดีกองทุนประกันสังคมก็ไปซื้อหุ้นตัวนึง ซึ่งถือหุ้นบริษัทเมียของรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น แต่พอมูลค่าไม่สูงพอจะปรากฏ มันก็เลยไม่มีใครได้รู้ข้อมูล ตอนนั้นบอร์ดฝ่ายไหนก็คนกันเองที่ถูกแต่งตั้งมาทั้งหมด

3) สัญญาการจ้างหมดไปแล้ว แล้วอยู่ในฐานะอะไร? – มีการตั้งข้อสังเกตว่า สัญญาของบริษัท Mercer (ที่ปรึกษาการลงทุน) หมดอายุไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แต่กลับปรากฏว่ายังมีผู้แทนจาก Mercer Corp และ Mercer ประเทศไทย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกองทุนประกันสังคมร่วมกับอนุกรรมการด้านการลงทุนและบริหารความเสี่ยงทั้ง 3 ชุด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพิจารณาการลงทุนที่มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท

คำถามคือหากสัญญาหมดแล้ว บุคคลเหล่านี้เข้ามามีบทบาทในการประชุมสำคัญ ที่มักจะอ้างอย่างแข็งขันว่าเป็นประชุมชั้นความลับ ไม่เปิด ยอมเปิดเผยให้สาธารณะ แล้วให้บุคคลเหล่านี้เข้าร่วมประชุมได้อย่างไร? มันไม่มีกฏหมายหรือกฏระเบียบอะไรที่อนุโลมแน่ๆ ถ้าคนเหล่านี้ทำได้ เดี๋ยวต่อจากนี้ไปจะขอเข้าไปนั่งฟังด้วยคน

4) ที่ปรึกษา “ตัวปลอม” – จากการประชุมร่วม 3 คณะในวันเดียวกัน บันทึกรายงานดังกล่าวมีอนุกรรมการบางท่านตั้งข้อสังเกตพบว่า ตัวแทนที่มีป้ายชื่อติดไว้ว่า Mercer ในอดีตเป็นผู้ที่ได้รับการจ้างต่อ (Subcontract) จาก Mercer ให้เข้ามาให้คำปรึกษาและบริการข้อมูล แต่เมื่อหมดสัญญาไปแล้วก็ยังอ้างชื่อ Mercer และยังคงติดป้ายว่าเป็นตัวแทน และเข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการ 3 คณะ เข้ามานั่งฟังข้อมูลต่างๆที่ควรจะสงวนไว้เฉพาะคนที่ได้รับอนุญาต โดยยังอ้างว่าได้รับการแต่งตั้งจาก Mercer

ทุกคนอย่าลืมนะว่ากองทุนประกันสังคมคือกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมีมูลค่าการลงทุนต่อปีเกือบเท่างบประมาณรายจ่ายประจำปีของประเทศไทย กองทุนอื่นๆในประเทศรวมของภาคเอกชนรวมกันก็ยังเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของเงินในกองทุนประกันสังคม เพราะฉะนั้นการให้คำปรึกษากองทุนที่ใหญ่ขนาดนี้ควรเป็นมืออาชีพที่ปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี่ เหมือนเรากำลังเล่นขายของ และที่สำคัญคือถ้าคุณจ้างที่ปรึกษาแท้ ๆ แต่กลับไม่ได้รับคำปรึกษาจากคนที่คุณจ้าง แต่กลับกลายเป็นแค่การกินหัวคิวค่าปรึกษาประกันสังคมไม่ทักท้วงอะไรเลยหรอ

จุดสำคัญอีกอย่างคือที่ปรึกษาการลงทุนปกติแล้วต้องได้ใบอนุญาตจาก กลต. แต่ดันมีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะไม่มีใบอนุญาต แล้วถ้าจริง กลต. จะว่ายังไง แล้วกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

5) *** มันจะเอาซื้อกันให้ได้เลย ตึกแบบ SKYY9 เนี่ย
หลังถูกจับได้ว่าไม่ได้เป็นตัวแทน Mercer ปรึกษาคนดังกล่าว ได้บันทึกการประชุมแปลก ๆ และเลือกหยิบข้อสังเกตบางข้อ ที่สำนักงานประกันสังคมสุดจะชื่นชอบ เพราะคำแนะนำที่ว่าเปิดช่องให้สามารถลงทุนแบบ SKY9 ได้อีก 30 ตึก!! และเลือกที่จะไม่นำข้อสังเกต ที่ขัดกันมาบันทึก รวมถึงยังเปลี่ยนตำแหน่งที่ตอนแรกอ้างว่าเป็นตัวแทนจาก Mercer มาเป็น ผู้แทนบริษัท XXX ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก Mercer ให้เป็นผู้ดําเนินการ
คือมันจะเอาซื้อกันให้ได้เลย ตึกเนี่ย

6) บอร์ดที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ยังเข้าถึงข้อมูลอะไรไม่ได้เลย! – ในที่ประชุม กมธ.ติดตามงบ พบว่าแม้กระทั่งบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งของสำนักงานประกันสังคม ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้รู้ถึงการลงทุนก็เพราะว่ากลัวจะมีผลประโยชน์แอบแฝง แต่กลับไม่คิดว่าฝั่งรัฐที่เป็นผู้ดูแลแล้วทำอะไรแบบลับๆล่อๆมาตลอดอันตรายกว่าเยอะ การทำแบบนี้ไม่เปิดโอกาสให้เจ้าของเงินได้ล่วงรู้ว่ามีการลงทุนไปแล้วกับอะไรบ้าง อย่างน้อย ๆ ทุกสิ้นปีผลการลงทุนที่ผ่านไปแล้วหรือทุนไตรมาส ข้อมูงต่างๆก็ควรจะถูกเปิด จะได้รู้ว่าหุ้นดัง ๆ ที่มีข่าวกันมากมาย เช่น EA หรือ STARK ประกันสังคมหลับหูหลับตาไปลงทุนแล้วเจ๊งไปเท่าไหร่

ถึงเวลาแล้วที่เจ้าของเงินต้องรู้ความจริง! ขอเรียกร้องต่อสำนักงานประกันสังคมและรัฐบาล ให้ยุติการดำเนินการที่คลุมเครือ และคืนอำนาจการรับรู้ให้กับผู้ประกันตนทุกคน
– – – – –

3 ข้อเสนอ ถ้าประกันสังคมจริงใจอยากแก้ปัญหา สำนักงานต้องทำ เพื่อทวงคืนความโปร่งใสและเงินประกันสังคม

1) ควรเปิดชื่อหุ้นหรือตราสารหนี้มากกว่าแค่ 10 อันดับแรกของพอร์ตการลงทุน เงินนี้เป็นของทุกคนที่จ่ายและมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเงินถูกนำไปลงทุนที่ไหนบ้าง ไม่ใช่แค่ 10 อันดับแรกโดยต้องเปิดเผยการถือครอง ทุกไตรมาส หรือทุกสิ้นปีบัญชี เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ยังอยู่ในข่ายโปร่งใสตรวจสอบได้

2) ขอเรียกร้องให้ตรวจสอบทันทีเกี่ยวกับสถานะของสัญญา Mercer ที่แสดงพิรุธอย่างร้ายแรงและยังปรากฎหลักฐานการจ้างช่วงงาน (Subcontract) ในตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ ที่สำคัญเหตุการณ์นี้จะมีใครต้องรับผิดชอบอะไรมั้ย มีการตั้งกรรมการสอบกันแล้วหรือยัง?

3)ความโปร่งใส่และการเปิดข้อมูล สำนักงานต้องเปิดเผยสัญญาการจ้างที่ปรึกษาทั้งหมด และเปิดเผยกระบวนการตัดสินใจด้านการลงทุนอย่างโปร่งใสตามกฎหมายโดยเฉพาะรายงานการประชุมและเอกสารประกอบทั้งหมด ผู้ประกันตนจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเงินของเขาบ้าง