หน้าแรก การเมือง อนุทิน นัดถกพ...

อนุทิน นัดถกพรุ่งนี้ บอร์ดบริหารภัยพิบัติ หวังเป็นกลไกจัดการภัยพิบัติทั้งระบบ

5.10.25 | 08:11 น.

‘นายกฯ’ นัดถก ‘คอภ.’ นัดแรกพรุ่งนี้ หวัง เป็นกลไกจัดการภัยพิบัติทั้งระบบ พร้อมติดตามดูแลเยียวยาผู้ประสบภัยใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) นัดแรก ในวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.) เวลา 14.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล หลังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 311/2568 แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 ก.ย.68 เพื่อกำกับ ติดตาม และบูรณาการการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ การตั้ง คอภ. และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศชภ.) มีจุดเริ่มต้นจากการที่นายอนุทิน ลงพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและพบว่าประชาชนประสบปัญหาซ้ำซากทุกปี แต่การช่วยเหลือยังไม่ครอบคลุมหรือทันต่อความเดือดร้อน จึงสั่งให้จัดตั้งกลไกกลางที่ทำงานแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อให้การเยียวยามีความรวดเร็ว เป็นเอกภาพ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

สำหรับ คอภ. มีนายกฯเป็นประธาน ทำหน้าที่อำนวยการ และบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งระบบ ตั้งแต่การเตรียมพร้อม ติดตามเฝ้าระวัง การป้องกัน การช่วยเหลือในระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังสิ้นสุดเหตุการณ์ อีกทั้งยังมีอำนาจสั่งการหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการทำงานร่วมกัน รวมถึงสามารถแต่งตั้งคณะทำงานหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาสนับสนุนได้ตามความจำเป็น

ขณะที่ ศชภ. มี นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการ จะทำหน้าที่บัญชาการกลาง และประสานงานทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ เอกชน และท้องถิ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยครบถ้วน ตั้งแต่การเคลื่อนย้ายประชาชน การดูแลความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน การจัดหาเครื่องอุปโภค บริโภค ตลอดจนการวางระบบที่พักอาศัยชั่วคราวที่เพียงพอและทั่วถึง

Advertisement

นายกฯ ยังได้มอบหมายให้ ศชภ. จัดทำมาตรการถาวรช่วยเหลือประชาชนที่เสียสละพื้นที่ทำกินหรือที่ดินกรรมสิทธิ์ เพื่อใช้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูน้ำหลากทุกปี โดยกำหนดหลักเกณฑ์การเยียวยาที่ชัดเจน และต่อเนื่อง ลดปัญหาการต้องยื่นเรื่องขอเป็นรายกรณีเหมือนที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอย่างยั่งยืน

นายกฯ ย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต้องรวดเร็ว โปร่งใส และทั่วถึง กำหนดให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น เร่งตรวจสอบ และขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัยให้ครบถ้วน เพื่อให้การจ่ายค่าครองชีพ และการเยียวยาเข้าถึงจริง ไม่ตกหล่น พร้อมให้ทุกหน่วยงานรัฐส่งมาตรการช่วยเหลือเข้าสู่ ศชภ. เพื่อรวบรวม และกลั่นกรอง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

นายอนุทิน ยังให้นโยบายกับทุกส่วนราชการว่า การช่วยเหลือประชาชนในยามเดือดร้อนคือภารกิจสำคัญสูงสุดของรัฐบาล และกำชับ ปภ. ดูแลประชาชนใกล้ชิด พร้อมรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มาตรการเยียวยาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และทันต่อสถานการณ์