หน้าแรก การเมือง กมธ.มั่นคงฯ ล...

กมธ.มั่นคงฯ ลงพื้นที่ภูมะเขือ หวังยกระดับป้องความขัดแย้ง ฝาก รบ.อนุทิน มีอำนาจเต็มแล้ว ต้องเร่งจัดการเชิงรุก

5.10.25 | 16:53 น.

กมธ.มั่นคงฯ ลงพื้นที่ภูมะเขือ หวังยกระดับป้องความขัดแย้ง ฝาก รบ.อนุทิน มีอำนาจเต็มแล้ว ต้องเร่งจัดการเชิงรุก

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธาน กมธ. ลงพื้นที่ภูมะเขือ จุดยุทธศาสตร์ไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อติดตามปัญหาด้านความมั่นคง

โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า ภูมะเขือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญมาก กมธ.ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปะทะกันและความขัดแย้งชายแดนในช่วงที่ผ่านมา การลงพื้นที่ภูมะเขือจะทำให้เราเห็นสถานที่จริง การมาครั้งนี้เพื่อต้องการมาขับเคลื่อนว่า จะทำอย่างไรให้เกิดการคลี่คลายความขัดแย้งตามแนวชายแดน ซึ่งมีความสลับซับซ้อน ทั้งเรื่องการสนับสนุนหน่วยงานความมั่นคง เพื่อทำให้เกิดการยกระดับเรื่องการป้องกัน อีกด้านคือเรื่องเทคโนโลยี การหามาตรการและยุทธศาสตร์ใหม่ๆ นำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า เรื่องหนึ่งที่ กมธ.ให้ความสำคัญและพิจารณามาหลายครั้งแล้วคือ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาจฟังดูเหมือนว่าการปะทะกันทางอาวุธและปัญหาคอลเซ็นเตอร์ไปด้วยกันได้อย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าการเจรจาที่จะพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาส่วนหนึ่งที่ไม่เป็นมรรคผลเท่าไร เพราะผู้มีอำนาจในกัมพูชาพึ่งพารายได้จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้หลายเรื่องแก้ปัญหาไม่ได้ อีกด้านหากมีเหตุการณ์ปะทะกันเกิดขึ้นในฐานะ กมธ.และฝ่ายนิติบัญญัติเกี่ยวพันกับหลายเรื่อง ทั้งด้านกฎหมายและงบประมาณจะนำข้อมูลตรงนี้นำไปสู่การยกระดับความมั่นคงชายแดนให้มีประสิทธิภาพสูงต่อไป

เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลมีอำนาจเต็มแล้ว อยากฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า นายอนุทินรู้ดี เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสงบภายใน และการอพยพประชาชน เชื่อว่านายอนุทินจะมีข้อมูลและมี ส.ส.ที่ทำงานอย่างแข็งขันในการให้ข้อมูลกับรัฐบาลที่ถูกต้อง เพื่อที่จะทำให้เรามั่นใจว่าปัญหาตามแนวชายแดนจะได้รับการแก้ไข

Advertisement

“รัฐบาลมีเวลาเพียง 4 เดือน เราอยากจะเห็นการทำให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความมั่นใจ เวลามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น หากเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ประชาชนต้องพร้อมที่จะหลบภัยได้ทันที ในแง่ของการเยียวยาคาดหวังว่าจะต้องเร็ว เพราะรอบนี้เรามีประสบการณ์แล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่วันนี้ ตนได้แวะดูที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบจากกรณีที่ระเบิดตกทำให้ร้านสะดวกซื้อพังทลาย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 18 ล้านบาท ได้รับค่าเยียวยาจากบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องหักลบไปแล้วเหลืออีกประมาณ 13 ล้านบาท ถามว่าเขาคาดหวังว่าจะได้ทั้งก้อน 100% หรือไม่ ก็คงไม่ แต่ความชัดเจนเรื่องเงินเยียวยาจะได้เท่าไร ได้อย่างไร เป็นสิ่งที่ประชาชนยังตั้งคำถาม

นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า ดังนั้น โจทย์ระยะสั้นของนายอนุทินคือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนตามแนวชายแดนได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด จะทำอย่างไรให้เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่เลวร้าย พร้อมกับมีมาตรการเชิงรุกมากกว่าการเจรจา ความชัดเจนที่เราอยากจะเห็นตอนนี้คือเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เพราะมีตัวละครสำคัญที่เข้ามาอยู่บนผืนแผ่นดินไทย นายอนุทินในฐานะรัฐบาลจะต้องจัดการคนพวกนี้อย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเอาเรื่องนี้ไปตำหนิได้

เมื่อถามว่า ตัวละครนั้นคือนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า อาจจะเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เรื่องนี้การพิจารณาในที่ประชุมของ กมธ.ครั้งล่าสุด เริ่มมีข้อมูลที่ปรากฏชัดเจนว่าตัวละครสำคัญ อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นสิ่งที่นายอนุทินต้องสั่งการให้นำไปสู่การตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากเงินเหล่านี้ไม่รู้ที่มาที่ไป เป็นเงินสีเทาสีดำ จะเป็นเรื่องอันตราย