เขมร ยันไม่ย้ายออก 3 พื้นที่สระแก้ว-รออาร์บีซี อรัญเตือน 10 ต.ค.ม็อบป่วน โพลชี้ 68% ไม่เข้าใจเอ็มโอยู
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เว็บไซต์ขแมร์ไทม์ส กัมพูชารายงานว่า กองทัพภูมิภาคที่ 5 กัมพูชา ส่งหนังสือปฏิเสธอย่างเป็นทางการต่อคำร้องกองทัพภาคที่ 1 ไทย ที่ขอให้จัดทำแผนอพยพพลเรือนชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนพิพาทออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ไทย-กัมพูชา ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 10-12 ตุลาคม ที่เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา โดยฝ่ายไทยยืนยันว่า หากมีแผนอพยพ ไทยก็จะเข้าไม่ร่วมการประชุมดังกล่าว
กองทัพภูมิภาคที่ 5 กัมพูชายืนยันว่าการดำเนินการตามคำร้องไทยจะเป็นการละเมิดข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่ และยังเป็นการดำเนินการที่เกินขอบเขตอำนาจกลไกชายแดนระดับภูมิภาค โดย พล.ท.เอก สมอูน รอง ผบ.ทบ. และผู้บัญชาการกองทัพภูมิภาคที่ 5 ของกัมพูชา ส่งหนังสือหนังสือลงวันที่ 4 ตุลาคม ตอบกลับจดหมายจาก พล.ท.วรยศ เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ของไทย ซึ่งส่งมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม
จดหมายจากฝ่ายไทยมีเงื่อนไขว่าไทยจะเข้าร่วมการประชุม RBC สมัยพิเศษครั้งที่ 2 ก็ต่อเมื่อกัมพูชาจัดทำและส่งแผนอพยพพลเรือน ออกจากพื้นที่ 3 แห่งใกล้ชายแดน ตรงข้ามกับหมู่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และตาพระยา ในจ.สระแก้วของไทย
พล.ท.เอก ปฏิเสธคำร้องของอย่างหนักแน่น โดยชี้แจงว่าประเด็นดังกล่าวอยู่ในอำนาจของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไม่ใช่ของ RBC แต่อย่างใด และว่า RBC ระดับภูมิภาคมีอำนาจเพียงในการจัดการเหตุการณ์เฉพาะหน้าในพื้นที่ ลดความตึงเครียด และแก้ไขปัญหาในพื้นที่โดยสันติวิธีเท่านั้น แต่ไม่มีอำนาจหรืออาณัติในการกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดน
ที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา กล่าวว่า วันที่ 10 ตุลาคมนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่หนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานว่าสามารถมาให้กำลังใจทหารได้ สามารถแสดงออกได้เต็มที่ แต่ขอให้อยู่ในพื้นที่แนวถนนสีเพ็ญ เพราะหากพากันเข้าไปข้างในเกรงว่าจะได้รับอันตราย และเชื่อว่าในวันที่ 10 ตุลาคมนี้กัมพูชาคงจะพาคณะ IOT รวมถึงเด็กและคนแก่มาประชิดในรั้วบ้านหนองจานเหมือนเดิม
ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง จะทำประชามติแล้วเข้าใจ MOU43 และ MOU44 หรือยัง ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 1-2 ตุลาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความเข้าใจของประชาชนต่อ MOU43 และ MOU44 ก่อนการทำประชามติ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก ของนิด้าโพล สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 จากการสำรวจเมื่อถามความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับเรื่อง MOU43 พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 44.12 ระบุว่า ไม่เข้าใจเลย รองลงมา ร้อยละ 24.96 ระบุว่า ไม่ค่อยเข้าใจ ร้อยละ 23.13 ระบุว่า ค่อนข้างเข้าใจ และร้อยละ 7.79 ระบุว่า เข้าใจมาก

