‘สยอง โศก หลอน’ ชาญวิทย์ ชี้จุดเด่น 6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน ช่วยเก็ตมุมมองฝ่ายตรงกันข้าม

6.10.25 | 15:16 น.

ชาญวิทย์ ย้อนโมเมนต์สอน ‘ธงชัย’ จากนักเรียนคะแนนท็อป สู่นักวิชาการระดับโลก ชี้ผลงาน ‘6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน’ อ่านแล้วเก็ตมุมมองฝ่ายตรงข้าม-ฆาตกร ชี้จุดเด่น ‘สยอง โศก หลอน’

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม  ที่ห้อง ร.103 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนาหัวข้อ “6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน” เนื่องในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลา 2519” ผลงาน ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล แปลโดย สุภัตรา ภูมิประภาส จากต้นฉบับภาษาอังกฤษ “MOMENTS of SILENCE : The Unforgetting of the October 6, 1976, Massacre in Bangkok”

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. มีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยจุดลงทะเบียนมีการตั้งจุดจำหน่ายหนังสือของสำนักพิมพ์มติชน และคณะรัฐศาสตร์ มธ. โดยประชาชนให้ความสนใจเลือกซื้อหนังสือ “6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน” และหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเมืองเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ นักวิชาการ และนักกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงอดีตคนเดือนตุลา เข้าร่วมรับฟังเสวนาด้วย อาทิ ศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, นางสาวสุภัตรา ภูมิประภาส นักเขียน นักแปลชื่อดัง ผู้แปลหนังสือ 6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน, นายตะวัน วัตุยา ศิลปินชื่อดัง เจ้าของผลงานภาพบนปกหนังสือ 6 ตุลา ห้วงแห่งความเงียบงัน, รศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์, ผศ.ดร.ชาติชาย มุกสง, รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร, นายจรัญ หอมเทียนทอง อดีตนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ นักกิจกรรมทางการเมือง เป็นต้น

Advertisement

ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับและร่วมรับฟังเสวนา นำโดย นางสาวปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชน, นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานและบรรณาธิการ กอง บก.ประชาชาติธุรกิจ, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน เป็นต้น

ต่อมาเวลา 13.15 น. ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมส่งสารพิเศษผ่านคลิปวิดีโอ เพื่อร่วมย้อนความทรงจํา การรับรู้และเรียนรู้เหตุการณ์

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวว่า ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งที่เชิญมาในวันนี้ ซึ่งหัวข้อที่จะพูดกับพวกเรานั้น คือเรื่องของ ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ที่ตนนั้นรู้จัก โดยเป็นนักวิชาการระดับโลก อดีตผู้นำนักศึกษา อดีตนักโทษก่อการกบฏ เป็นฝ่ายซ้ายสุดขั้ว และเป็นบุคคลที่มักจะใช้สำนวนที่ว่า “Elephant in the room”

“ผมจำไม่ได้ว่ารู้จักอาจารย์ธงชัยเมื่อไหร่ คงจะเป็นประมาณ 2518 เมื่อเขาเข้ามาเป็นนักศึกษาปี 1 ธงชัยเขาเรียนในวิชาพื้นฐานอารยธรรมไทยกับผม เขาได้คะแนนสูงสุดในบรรดานักเรียนทั้งหมด ธงชัยเป็นนักเรียนเพียงไม่กี่ 10 คนในรุ่น ที่เลือกเรียนวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก ในคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ธงชัยเป็นหนึ่งในเยาวชนนักโทษ 18 + 1 ที่ถูกจำคุกในช่วงเหตุการณ์อาชญากรรมรัฐไทย วันมหาวิปโยค 6 ตุลา 2519 ในคืนมหาอำมหิตเขาอยู่และเห็นเพื่อนๆ ของเขาถูกถล่มและยิงกราดด้วยอาวุธสงคราม เขารอดชีวิตมาได้และติดคุก ถูกดำเนินคดีโดยศาลทหารอยู่ราวๆ 2 ปี” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์เผย

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวอีกว่า เขาได้รับนิรโทษกรรมในช่วงรัฐบาลเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เมื่อปี 2521 ซึ่งได้กลับมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนจบปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ และได้ทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ที่ซิดนีย์ จนจบปริญาเอก เมื่อปี 2531

“วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขา คือ Siam Mapped : A History of the Geo-body of a Nation ซึ่งได้รับการตีพิมพ์แล้ว ทั้งในภาษาอังกฤษและภาษาไทย รวมทั้งแปลออกเป็นภาษาจีนและภาษาเกาหลีอีกด้วย ธงชัยกลับมาทำงานเป็นอาจารย์อยู่แผนกและคณะเดียวกันกับผม ราวๆ 3 ปี

ในปี 2534 เขาลาออกไป แล้วไปทำงานสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ผมจำได้ว่าเมื่อเขามาแจ้งข่าวนี้ให้ผมทราบ ผมคัดค้านอย่างหนักหน่วง เพราะไม่ต้องการให้สมองไหลออกนอกประเทศไทย แต่เขาก็ไปตามเส้นทางชีวิตของเขา เดี๋ยวนี้ผมกลับดีใจที่เขาไม่เชื่อฟังผม เขากลายเป็นนักวิชาการไทยที่มีเชื่อเสียงดังระดับโลก” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์เผย

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวต่อไปอีกว่า ศ.กิตติคุณ ดร.ธงชัยทิ้งมรดกความทรงจำว่าด้วยบทบาทของเขา และผลงานทางวิชาการอย่างนับไม่ถ้วน รวมทั้งได้รับรางวัล Grand Prize จากมูลนิธิฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขาตัดสินใจถูกที่ออกจากธรรมศาสตร์ไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ในวงการของโลกตะวันตก มีคนมักจะพูดว่านักวิชาการส่วนใหญ่มีผลงานดีเด่นอยู่เพียงเล่มเดียว คือเล่มที่พิมพ์จากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก

“ธงชัยประสบความสำเร็จอย่างมากจาก Siam Mapped เขาคงจะประสบความสำเร็จในหนังสือเล่มสำคัญเล่มที่ 2 คือ Moment Of Silence The Unforgetting of the October 6 1976, Massacre in Bangkok ห้วงแห่งความเงียบงัน ภาวะลืมไม่ได้จำไม่ลง หลัง 6 ตุลาคม 2519 ขอใช้ชื่อย่อเรียกหนังสือเล่มนี้ว่า MOS

หนังสือเล่มนี้ของอาจารย์ธงชัยเป็นทั้งบันทึกความทรงจำของบุคคลที่เขาบรรยายให้เห็นภาพอันน่าสยดสยอง โศกเศร้า และหลอน ของเหตุการณ์วันนั้น ในขณะเดียวกันเขาคือธงชัยในฐานะของผู้ถูกกระทำ ก็พยายามที่จะเข้าใจจากมุมของฝ่ายตรงกันข้าม ฝ่ายฆาตกร ฝ่ายพรรคพวกผู้สนับสนุนอาชญากรรมครั้งนั้น ซึ่งน่าจะเป็นจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ชี้

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวต่อไปอีกว่า หนังสือเล่มนี้ได้ทำเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย จากคำแปลของนักแปลมือหนึ่ง คือ คุณสุภัตรา ภูมิประภาส ซึ่งตนเชื่อว่าเธอถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ความนึกคิดของอาจารย์ธงชัยออกมาได้เป็นอย่างดีเยี่ยม แถมเธอยังแอบให้ของขวัญเพิ่มเติมไว้ ด้วยการสอดแทรกบันทึกส่วนตัวของเธอ ซึ่งเมื่อเธอยังเป็นนักเรียนหญิงตัวน้อยๆ ที่เข้ามาร่วมชุมนุมกับพวกพี่ๆ แล้วถูกตำรวจจับขังคุกไว้หลายวัน ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอเข้าใจดีถึงสภาพของคนที่ถูกการเข่นฆ่า ถูกกลุ้มรุมทำร้าย ล้มตายหรือหนีรอดไปได้

“หนังสือเล่มนี้มีทั้งหมด 10 บท ซึ่งบทแรกเป็นบทที่น่าจะอ่านยากที่สุด เพราะเป็นกรอบทฤษฎีทางวิชาการว่าด้วยความเงียบ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นการลืม แต่เป็นความทรงจำที่เราไม่ได้ลืม แต่เรามักจะผลักมันออกไปจากตัว พยายามที่จะไม่นึกถึงมันตลอดเวลา นอกเหนือจากบทแรกที่ผมกล่าวไปแล้ว

ส่วนที่เหลือ 9 บทของอาจารย์ธงชัยเขาพาเราให้ติดตามเขาไปในแง่ของเหตุการณ์ในแง่รายละเอียด ซึ่งมันละเอียดจริงๆ การแปลและการตีพิมพ์ออกมาเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์มติชนนั้น ห่างจากการตีพิมพ์ในภาษาอังกฤษเพียง 5 ปีเท่านั้นเอง นับว่ารวดเร็วทันควัน และควบคู่ไปกับการที่มีสถานการณ์ของการที่จะครบรอบ 50 ปี 6 ตุลาในปี 2569” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ระบุ

ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวอีกว่า MOS เป็นหนังสือในภาคภาษาไทยที่มีองค์ประกอบที่ซับซ้อนไม่น้อย ตั้งแต่คำประกาศเกียรติคุณ สารบัญ ภาพประกอบ คำนำ คำขอบคุณ ลำดับเหตุการณ์สำคัญ และแผนที่ของธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเล่าเหตุการณ์ แต่พยายามวิเคราะห์ว่าทำไมเหตุการณ์นี้ถึงถูกลืม หรือถูกทำให้เงียบไปในสังคมไทย และมีกระบวนการไม่ลืมเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องราวทั้งหมดสลับซับซ้อน ที่เราแต่ละคนในฐานะปัจเจกชน ที่สนใจต่อความเป็นมาของอดีตจะนำมาคิดในปัจจุบัน กับการที่จะต้องเดินหน้าสู่อนาคตได้อย่างไร” ศ.พิเศษ ดร.ชาญวิทย์กล่าวทิ้งท้าย