“อนุทิน”ถกคอภ.นัดแรกเคาะ 6.1พันล้าน เยียวยาท่วมเกิน 7 วันครอบครัวละ 9 พัน น้ำทะลักเข้ารพ.ยุพราชตะพานหิน
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) นัดแรกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอันดับแรก ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน
ดังนั้น รัฐบาลจะไม่รอช้า ทุกหน่วยงานต้องลงพื้นที่จริง เห็นปัญหาจริง และช่วยประชาชนจริงๆ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานการทำงานกับส่วนกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด พร้อมมอบหมายให้ มท. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม และหน่วยทหารในพื้นที่ สำรวจความเสียหาย และจัดทำข้อมูลเยียวยาอย่างเป็นระบบ รวมถึงให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากร และงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทุกกลุ่ม ทั้งครัวเรือนที่เสียหาย เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ และโครงสร้างพื้นฐานที่ชำรุด พร้อมเตรียมแผนฟื้นฟูระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างยั่งยืน
“เรื่องการเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ใช้หลักการเดียวกันกับปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนได้รับผลกระทบเกิน 7 วัน จะได้รับเงินเยียวยาเป็นรายครัวเรือน ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งจะดำเนินการทันที โดยได้สั่งการ ปภ.ไปเร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ” นายอนุทินกล่าว
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม คอภ.ครั้งที่ 1/2568 ว่าที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่างๆ มีทุกหน่วยงานประเมินมาแล้ว ว่ามีแนวโน้มลดลงเช่น เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นน้ำป่าไหลหลากที่มาในระยะสั้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยจึงได้ตั้งคณะกรรมการปฏิบัติการระบายน้ำ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน
โดยให้มีการประชุมทุกสัปดาห์ และรายงานสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากนี้นายกฯยังให้มอบเงินอุดหนุนเยียวยา สำหรับครัวเรือน โดยมอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแล โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมถึง 6 ตุลาคม 2568 มีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น 685,554 ครัวเรือน โดยจะได้เยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,169 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำหนังสือเวียน และจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ในวันที่ 14 ตุลาคม
นายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกฯยังได้กำชับเรื่องการเร่งรัดการเบิกจ่าย โดยขอให้ทำโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่ว่าท่วมปีนี้ ได้เงินปีหน้า รวมไปถึงยังมีข้อสั่งการเรื่องการระบายน้ำ ให้กรมชลประทานคงการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 และให้กรมชลประทานเพิ่มการระบายน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก และเพิ่มการระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ให้เต็มศักยภาพ โดยให้เร่งระบายออกอ่าวไทยให้เหมาะสม เพื่อให้ตรงกับจังหวะที่น้ำทะเลลง
ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมของ จ.พิจิตร ขณะนี้ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก จ.พิจิตร ได้รับน้ำจากแม่น้ำน่าน แม่น้ำยม และยังรับน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ล่าสุดน้ำป่าทะลักท่วมโรงพยาบาล (รพ.) ยุพราชตะพานหิน
นพ.วิศิษฎ์ อภิสิทธิ์วิทยา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์หลากเข้าท่วมหน้า รพ.ยุพราชตะพานหิน มีน้ำปริมาณที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากกระสอบทรายที่กันน้ำด้านเหนือเกิดแตกทำให้น้ำเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงระดมเอากระสอบทรายมากั้นทำเป็นพนังเพื่อไม่ให้เข้าไปท่วมใน รพ. ซึ่งสามารถบล็อกน้ำได้ ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยใน และผู้ป่วยไอซียู คนไข้นอกรักษาได้ แต่รับเท่าที่จำเป็น เนื่องจากน้ำท่วมถนนทางเข้า รพ.ทางเจ้าหน้าที่นำเอากระสอบทรายทำเป็นทางเดินเข้าออก

