หน้าแรก การเมือง เปิดคำพิพากษา...

เปิดคำพิพากษา ศาลบุรีรัมย์ เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง จ่ายค่าเสียหายด้วย

7.10.25 | 12:57 น.

เปิดคำพิพากษา ศาลบุรีรัมย์ เพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง จ่ายค่าเสียหายด้วย

วันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในคดีที่ดินเขากระโดง ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าของที่ดิน ได้มีการเปิดเผยคำพิพากษาของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 ที่ผ่านมา โดยเป็นคดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ยื่นฟ้อง จำเลยรายหนึ่ง เพื่อขอให้เพิกถอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 120612 ต.เสม็๋ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และที่ดินตามหนังสือการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 424 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากที่ดินทั้ง 2 แปลง อยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่จำเลยเพิกเฉย เอกสารสิทธิในที่ดิน 2 ฉบับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากเป็นการออกทับที่ดินโจทก์ โจทก์แจ้งให้จำเลยไปเพิกถอนแล้วแต่เพิกเฉย จำเลยไม่มีสิทธิเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ และต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราตารางเมตรละ 40 บาท ต่อปี รวมเนื้อที่ 1,092 ตารางเมตร เป็นเงิน 43,680 บาทต่อปี หรือ 3,640 บาทต่อเดือน

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าว เมื่อที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง ตามแผนที่พิพาท มีตำแหน่งที่ตั้งอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 6 ถึง 7 ตามสำเนาแผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพื้นที่พิพาท โดยที่ดินตามโฉนดที่เลขที่ 120612 ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางทางรถไฟสายแยกไปเขากระโดงไม่เกิน 90 เมตร และที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 เลขที่ 424 ตามสำเนาแผนผัง แสดงระยะห่างจากศูนย์กลางทางแบกเขากระโดง ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงจึงตั้งอยู่ในที่ดินช่วง 4 กิโลเมตรหลังตามแผนที่แสดงเขตที่ดินของกรมรถไฟ

แม้จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลงตามที่กล่าวอ้าง ก็ไม่อาจใช้ยันโจทก์ได้ตามพ.ร.บ.จัดวางการรถไฟแลทางหลวง พ.ศ. 2464 มาตรา 6(1) และ (2) พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงมีน้ำหนักให้รับฟังมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาททั้ง 2 แปลง จึงพิพากษาให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 120612 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และหนังสือการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 424 ต.เสม็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ ตามแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จล.1

Advertisement

พร้อมให้จำเลย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินกับบริวารออกจากที่ดินพิพาท และส่งมอบที่ดินพิพาทให้กับ รฟท.

พร้อมให้ชำระค่าเสียหายให้การรถไฟแห่งประเทศไทยด้วย เดือนละ 3,268 บาท นับถัดจากวันที่มีคำพิพากษา จนกว่าจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท