เท้ง ชี้ ปรากฏการณ์ภูมิใจดูด เรื่องปกติ เหตุใกล้ฤดูเลือกตั้งแถม รธน.เป็นใจ ลั่นถ้า ภท.บริหารอยู่ในกรอบไม่น่าห่วง
เมื่อเวลา10.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองเริ่มเข้าพรรคภูมิใจไทยจนเป็นพรรคภูมิใจดูดว่า อาจจะเป็นเรื่องปกติที่เมื่อเข้าใกล้ฤดูกาลเลือกตั้งจะมีการสลับขั้วย้ายค่ายกันบ้าง แต่รากฐานจริงของเรื่องนี้อยู่ที่ระบบการเมือง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นกลไกที่เราปฏิเสธไม่ได้ว่า จะทําให้เกิดการย้ายพรรคได้ง่าย แบบ ส.ส.งูเห่าที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ฉะนั้น ถ้าเราอยากได้การเมืองที่ตรงไปตรงมา ก็ต้องกลับมาแก้ไขที่ระบบการเมือง เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทําให้พรรคประชาชนให้ความสําคัญกับการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อถามว่าการไหลเข้าพรรคภูมิใจไทยแบบนี้ จะทำให้พรรคภูมิใจไทยกลายเป็นเสียงข้างมากและสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อ MOA หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ณ ตอนนี้ตนยังไม่เห็นว่าจะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแต่อย่างใด และคงไม่ปล่อยให้สถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น ถ้าถึงจุดที่เราเล็งเห็นแล้วว่ามีความเสี่ยงหรือความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก เราก็คงจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อล้มรัฐบาลทันที
นายณัฐพงษ์ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประตูด่านแรกที่จะเป็นจุดชี้วัดที่สําคัญ อีกหนึ่งด่านก็จะเป็นเรื่องการแก้ไขหมวด 15/1 ซึ่งจะถูกเสนอกลับเข้าสู่สภาในวาระที่สาม ซึ่งนอกจากดูเสียง ส.ส.แล้ว ต้องดูการสนับสนุนจาก ส.ว.ด้วย ว่าตกลงแล้วทุกพรรคการเมือง รวมถึงนายกรัฐมนตรี ได้ทำงานหนักขนาดไหนในการทำความเข้าใจกับ ส.ว.
เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นการแก้เชิงสัญลักษณ์หรือไม่ เพราะต้องใช้ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นหลัก นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย รวมถึงทุกพรรคการเมืองด้วย จะต้องหาจุดตรงกลางร่วมกันให้ได้ จุดยืนของพรรคประชาชนยืนยันว่าที่มาของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด หากหาทางออกร่วมกันไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถรักษาสัญญาตาม MOA ได้
เมื่อถามว่าคุณสมบัติของรัฐมนตรี มีการติดตามอยู่ต่อเนื่องหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น และอยากฝากนายกรัฐมนตรีโดยตรง คือการกํากับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น รองนายกฯหรือรัฐมนตรีต่างๆ การอภิปรายในสภา เป็นการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ ไม่ควรมีผลกระทบ พาดพิงบุคคลสาธารณะ หรือใช้เครื่องมือทางกฎหมายมาเล่นงานกัน ถ้านายกรัฐมนตรีมีหลักการเช่นเดียวกันกับพวกเรา ท่านน่าจะตักเตือนคนใต้บังคับบัญชาของท่านได้
เมื่อถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้แต่งตั้งบุคคลเป็นคณะทำงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีเขากระโดงและฮั้ว ส.ว. ที่อาจจะมีเครือข่ายกับรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคประชาชนจะมีการติดตามต่ออย่างใกล้ชิด ทั้งเวทีกระทู้ถามและกรรมาธิการไปเรื่อยๆ แต่ถึงจุดหนึ่ง เราได้พิจารณาจากหลายองค์ประกอบ ทั้งกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งเรื่องที่เราพยายามป้องกันให้เกิดอํานาจโดยมิชอบ เพื่อไม่ให้เกิดการทําลายอํานาจกระบวนการยุติธรรม ตนอยากให้การดําเนินคดีทุกอย่างตรงไปตรงมา ต้องพิจารณาทุกอย่างประกอบพร้อมกัน ถ้าถึงจุดที่รัฐบาลกําลังจะใช้อํานาจโดยมิชอบ หรือทําลายกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ทําให้เราไม่สามารถเข้าไปแก้ไขได้อีก เราก็พร้อมจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่าการวางแผนอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นช่วงไหน จะมีการชิงยุบสภาหนีก่อนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หากยื่นสภาได้ ก็ไม่สามารถยุบสภาได้ อยู่ที่ว่าใครยื่นได้เร็วกว่ากัน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยสามารถยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากพรรคไทยยื่นเอง เขาก็สามารถทําได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการทําให้ระบบการเมืองไทยสู่กลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ มีกลไกถ่วงดุลตรวจสอบที่ดี เป็นไปตามหลักสากล จึงไม่อยากให้ใช้เกมการเมืองในการตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อล้างแค้นอะไรกันหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่สำคัญคืออยากให้พรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญจะสำคัญกว่าเรื่องอื่น ต้องดูองค์ประกอบด้วย เช่น เรื่องการยุ่มย่ามเกี่ยวกับคดีการใช้อำนาจโดยมิชอบ แล้วจะทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย
เมื่อถามว่ารัฐบาลที่เป็นอยู่ขณะนี้ เป็นไปตามที่พรรคประชาชนวางไว้หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เขาเองมีอิสระในฐานะฝ่ายบริหาร ส่วนเราเป็นฝ่ายค้าน แต่ทิศทางใหญ่ๆ ยังอยู่ในกรอบที่พรรคประชาชนโหวตเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ ยังอยู่ในกรอบที่เราประเมินไว้อยู่ ยังไม่มีอะไรที่เป็นข้อห่วงใยหรือข้อกังวล ที่เราจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับนายอนุทิน หลังจากแถลงนโยบายหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ได้มีการพูดคุย 1 ครั้งในช่วงไม่กี่วันมานี้ ในเรื่องการหารือผ่านกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ได้ยกสายหานายอนุทินโดยตรง อยากให้ท่านกํากับพรรคร่วมรัฐบาลในการมาเป็นองค์ประชุมและโหวตผ่าน พ.ร.บ.อากาศสะอาด เราพยายามดันอากาศสะอาดให้ผ่านสภาเร็วที่สุด
ส่วนกรณีที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ประกาศว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะได้ ส.ส. 200 ที่นั่ง และพรรคประชาชนจะได้ลดลง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก็เป็นสิ่งที่ทุกพรรคประเมินว่าตัวเองได้เยอะอยู่แล้ว ตั้งเป้าหมายให้สูง แต่เราเชื่อมั่นว่าในการเลือกตั้งข้างหน้า เป้าหมายของเราได้ 20 ล้านเสียง อาจจะคํานวณเป็นที่นั่งไม่ได้ แต่หากสะท้อนอย่างตรงไปตรงมา ก็จะประมาณ 250 ที่นั่ง
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะเปิดตัวเมื่อไหร่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เท่าที่ยืนอยู่ข้างหน้า ณ ตอนนี้เรายังอยู่กับพรรคไม่ได้ไปไหน อยู่ในกระบวนการสัมภาษณ์อยู่ การเฟ้นหาผู้สมัครในการลงสมัครครั้งหน้าจะเป็นกระบวนการที่เข้มข้นมาก เปิดให้สมาชิกประชาชนมีส่วนร่วม ช่วยกันสะท้อนเสียงออกมาให้ได้มากที่สุด
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากดูตามนิด้าโพลก็ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของประชาชนว่ากระแสตก แต่เชื่อว่าการทําหน้าที่ของพวกเราทุกคนจนถึงวันเลือกตั้ง จะเป็นสิ่งที่ทําให้ประชาชนให้ความเชื่อมั่นของพวกเรากลับมา

