‘ภัณฑิล’ จ่อยื่นแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ หวังปรับให้ทันสมัย โปร่งใส ลดการเรียกรับผลประโยชน์ของ จนท.รัฐ สร้างรายได้เข้าชุมชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่อาคารรัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึง ประเด็นการยื่นแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ ว่าเราได้ยื่นแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน เข้ากับยุคสมัย โปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและผู้อยู่อาศัยในชุมชนรอบข้าง รวมถึงยึดหลักการกระจายอำนาจ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกาาตัดสินว่าสถานบริการควรตั้งที่ใดและเปิดปิดเวลาใด
นายภัณฑิลกล่าวว่า อย่างที่ทราบกันว่าปัญหาสถานบันเทิงเป็นผลกระทบเชิงลบกับผู้อยู่อาศัยโดยรอบ รวมถึงมีการเรียกร้องจากผู้ประกอบการถึงการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ ในมุมมองเศรษฐกิจท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะกระตุ้น เนื่องจากมีซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเยอะกับธุรกิจกลางคืน แต่แน่นอนก็มีผลกระทบทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด เมาแล้วขับ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อาชญากรรม รวมถึงไฟไหม้ ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยในการใช้อาคารด้วย นี่ก็เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ

นายภัณฑิลกล่าวต่อว่า จริงๆ จุดประสงค์ของร่างกฎหมายฉบับนี้คือเพื่อกำกับดูแลสถานบริการให้ชัดเจน ลดการตีความ ลดโอกาส ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ เนื่องจากกฎหมายนี้เก่ามากจึงเต็มไปด้วยช่องว่างของคำนิยาม จึงทำให้เกิดช่องว่างให้มีการเรียกรับผลประโยชน์และรายได้ไม่เข้าสู่รัฐ
นายภัณฑิลกล่าวด้วยว่า อย่างที่ทราบว่าปัจจุบันโซนนิ่งที่สามารถสร้างสถานบริการได้มีอยู่น้อยมาก ยังไม่นับถึงหลายจังหวัดที่ทั้งจังหวัดไม่อยู่ในโซนนิ่งเลย ทำให้เปิดไม่ได้ แต่จะมีในลักษณะที่ใช้คำว่าคล้ายสถานบริการมาเปิด กว่า 80 ถึง 90% ไม่ได้มีใบอนุญาตและไม่ได้อยู่ในโซนนิ่ง จึงเกิดเป็นปัญหา เราจึงอยากทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ให้ขึ้นมาอยู่บนดิน มีการจัดเก็บรายได้
“ข้อแรกคือคำนิยาม เนื่องจากกฎหมายค่อนข้างเก่า ปัจจุบันสถานบริการได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปค่อนข้างเยอะ ต้องยึดหลักว่าสถานบริการจะต้องมีพนักงานบริการ ต้องมีดนตรี รวมถึงมีขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่แน่นอนก็จะมีข้อยกเว้นในส่วนของชนบทหรือต่างจังหวัดที่อาจมีเป็นเพิงอยู่ริมถนน ซึ่งอาจมีขายยาดอง เป็นเรื่องที่จะต้องไปถกกันในรายละเอียดว่าจะยกเว้น หรือควบคุมร้านอาหารประเภทนี้อย่างไร

หลักการที่สอง เรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คือให้แต่ละพื้นที่ดูแลตัวเอง เนื่องจากคนที่อยู่หน้างานจะรู้ดีที่สุดว่ามีข้อจำกัดอย่างไรในเชิงกายภาพ และบริบทของพื้นที่ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เป็นผู้มีอำนาจตรวจสอบ และพิจารณาอุทธรณ์สถานบริการในพื้นที่ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเวลาเปิด-ปิด พื้นที่ที่จะเป็นโซนนิ่งอนุญาต ยิ่งอำนาจอยู่ใกล้ประชาชนการตรวจสอบก็จะยิ่งโปร่งใสมากขึ้น รวมถึงการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาชุมชน” นายภัณฑิลระบุ
นายภัณฑิลกล่าวว่า หวังว่าหลังจากเสนอร่างนี้เข้าไป อยากจะเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมร่วมกันแสดงความคิดเห็น ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการเข้ามาแสดงความเห็นได้ และหลังจากนั้นน่าจะบรรจุวาระได้ในสมัยประชุมหน้า หากยังไม่ได้ยุบสภาไปก่อน

