เรียงคนมาเป็นข่าว:ชโลทร/ภาพข่าวสังคม วันที่ 9 ตุลาคม 2568
⦁…อาจจะเพราะด้วยสไตล์การทำงานของ “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่มีภาพของ “นักสุขนิยม” พร้อมจะสนุกสนานเฮฮา ทำตัวง่ายๆ กับกิจกรรมในทุกเรื่อง เมื่อมารับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ความขึงเครียดแบบชวนให้กังวล ที่ผสมกับอยู่กับ “คณะรัฐมนตรี” มาหลายยุคหลายสมัย จึงมากด้วยประสบการณ์รู้งานในทุกแง่ทุกมุม เดินหน้าบริหารจัดการประเทศได้เหมือนไม่มีอะไรติดขัด ยิ่งคอนเน็กชั่นเพื่อนฝูงมากมาย แรงเชียร์มากกว่าแรงต้าน จึงเริ่มต้นด้วยอะไรต่ออะไรที่ดูจะราบรื่นไปหมด ทั้งที่เป็น “รัฐบาลเสียง ข้างน้อย” ก็ไม่เกิดความรู้สึกอ่อนด้อยกว่ารัฐบาลอื่น
⦁…ยิ่งได้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ซึ่งอยู่กับงาน “การคลัง” มาเกือบทุกหน้าที่ มาดูภาพรวมเศรษฐกิจให้ การอธิบายแผนเพื่อ “เดินเครื่องระบบ” ได้ ด้วยโครงการต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอนและอย่างมีเป้าหมาย ทำให้เกิด “ความหวังความเชื่อ” ว่าสถานการณ์ที่ดูย่ำแย่ไปหมดจะดีขึ้น
⦁…เริ่มแล้ว “โครงการคนละครึ่งพลัส” ผ่าน “ครม.” เรียบร้อย ปลายเดือนนี้เริ่มสตาร์ต ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายประชาชน ที่จะช่วยได้มากคือ “ค่าอาหาร” ซึ่งที่ผ่านมา “ราคาเพิ่มขึ้นแรงและเร็ว” น่าตกใจ สร้างความเดือดร้อนมากกว่าเรื่องอื่น หลังจากนี้ “รัฐบาลจ่ายให้ครึ่งหนึ่งทุกมื้อ” กลับมาได้กินดีอยู่ดีกันอีกครั้ง ย่อมถูกอกถูกใจชาวประชาที่หน้าเหี่ยวกันมานาน ที่สำคัญ “ร้านอาหาร” อาชีพยอดฮิตแห่งยุคสมัย เพราะผู้คนไม่รู้จะทำมาหากินอะไร น่าจะกระเตื้องขึ้นจากสภาพ “อยู่รอดได้ยาก” ก่อนหน้านี้
⦁…สำหรับ “เอสเอ็มอี” ที่ล้มกันระเนระนาด ที่ “รัฐเข้าไปเยียวยา” ด้วย “เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสารพัดรูปแบบ” หวังต่อลมหายใจ นั่นเป็นแค่เหตุหนึ่ง แต่ปัจจัยใหญ่อยู่ที่ “ผลิตมาแล้วขายไม่ได้” ด้วยหลายสาเหตุ หลักๆ คือ “ช่องทางการขายที่เปลี่ยนไปสู่ออนไลน์” ที่เจ้าของ “แพลตฟอร์ม” ต่างแข่งขันกัน แล้วกดราคาผู้ผลิตจนยากทำกำไร อีกทั้งต้องสู้กับ “สินค้าราคาถูกจากจีน” ที่ทะลักเข้ามาคุมทุกตลาด เป็น “ปัญหาแก้ยาก” เพราะมี “ข้อตกลงทางการค้า” ค้ำคอ ที่สำคัญ “ราคาถูก” เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคในยุคสมัยที่ “รายได้ฝืดเคือง”
⦁…เพราะเป็น “รัฐบาลชั่วคราว” แก้ปัญหาปากท้องแบบ “หาเช้าให้พอกินค่ำ” เป็นภารกิจที่ตั้งเป้าให้สำเร็จ หาก “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประสานขอความช่วยเหลือจาก “บริษัทขนาดใหญ่” กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกให้ทั่วถึง หาทางส่งเสริมให้ “เกษตรกร” ขายสินค้าได้เพิ่มขึ้น “รอยยิ้มย่อมเกิดขึ้น” กับคนทั้งประเทศ
⦁…สำหรับสายแข็งการเมือง ที่เชื่อว่า “แก้ปากท้องไม่ช่วยให้ประเทศฟื้นจากวิกฤต” เพราะหัวใจของปัญหาอยู่ที่ “โครงสร้างอำนาจผูกขาด” ที่ก่อ “ความเหลื่อมล้ำ” เหตุสำคัญคือเอา “อำนาจรัฐประหาร” ไปใส่ไว้ใน “รัฐธรรมนูญ” ทำให้ “คนไม่กี่คนใช้อำนาจได้เหนือกว่าประชาชนทั้งประเทศ-นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนถูกทำลายง่ายดาย” คนแล้วคนเล่า หาก “ไม่แก้ไข” การจัดการที่ “เห็นหัวประชาชนจริงๆ” จะเกิดขึ้นไม่ได้
⦁…แม้ “พรรคประชาชน” อาศัยเงื่อนไข MOA พยายามเปิดประตูให้แล้ว แต่ “เชิงเล่ห์เพทุบาย” จากเหล่าผู้ได้รับประโยชน์จาก “อำนาจนิยม” ซึ่งกระจายอยู่ทั่ว “องคาพยพการเมือง” เริ่ม “ร่ายเดชแสดงฤทธิ์” ต้านขวางเพื่อรักษา “การสืบทอดอำนาจ” จนเกิดความไม่แน่ใจว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีได้หรือไม่” และหากมีได้ “คนร่างจะเป็นคนของใคร เขียนใหม่ออกมารับใช้อะไร”
ชโลทร







