หน้าแรก การเมือง นายกฯ ชี้ &#8...

นายกฯ ชี้ ‘คนละครึ่ง’ แค่จุดเริ่มต้น มอง เศรษฐกิจสะดุดเพราะ ‘คอร์รัปชั่น’ ไม่ใช่เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย

8.10.25 | 17:07 น.

นายกฯ เผย เตรียมมาตรการเศรษฐกิจในเฟสถัดไปไว้แล้ว ดีใจที่เห็น ‘คนละครึ่ง’ เกิดขึ้นได้จริง ตั้งแต่วันแรกๆ ที่ทำงาน ยังไม่ขอมองไกลอีก 4 ปี ขอทำ 4 เดือนนี้ให้รอดก่อน ยัน ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้มาจากการเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย แต่มาจากการคอร์รัปชั่น มองญี่ปุ่นหรืออังกฤษ เปลี่ยนรัฐบาลมากกว่าไทยอีก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่โรงละครอัษรา คิงเพาเวอร์ ถนนรางน้ำ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการเดินหน้ามาตรการทางเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลออกนโยบายคนละครึ่ง พลัส ไปแล้ว จะทำเรื่องใดต่อไปว่า จะพยายามวางรากฐานให้เศรษฐกิจมั่นคงแข็งแกร่ง ให้มีการกระจายรายได้ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสิ้นปีนี้ และจะใช้เวลา 4 เดือนที่รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่ในการวางแนวทางและรากฐานที่ดี เพื่อที่รัฐบาลชุดต่อไปที่เข้ามา สามารถเดินหน้าต่อยอดได้เลย ซึ่งจะมีมาตรการเฟส 1 เฟส 2 เตรียมไว้อยู่ รวมถึงเรื่องท่องเที่ยวด้วย

สำหรับงบประมาณที่ใช้ในแต่ละโครงการมีเพียงพอหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนยึดถือวินัยการเงินการคลังสำคัญที่สุด ไม่ใช่เราใช้เงินไปแจกประชาชนทั้งหมด แต่เราให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย ซึ่งรัฐก็สามารถนำงบประมาณ​ 3 หมื่นกว่าล้านบาทไปชำระหนี้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส.ได้ ซึ่งเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังเป็นที่ประจักษ์ชัด และทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลนี้มีเป้าหมายที่สำคัญในการรักษาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ส่วนการผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนนนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราตั้งเป้าหมาย เพราะไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้มาโดยตลอดแทบจะทุกมิติ ไม่ว่าเป็นเรื่องการเงิน การท่องเที่ยว การเกษตรและอุตสาหกรรม แต่ที่ผ่านมาไทยอาจไม่เน้นการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น อาจยึดติดกฎระเบียบเดิมอาจไม่สอดคล้องกับกติกาใหม่ของโลกปัจจุบัน เราก็ต้องกลับมาตั้งเป้าหมายใหม่ และยังเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ดี ได้เปรียบประเทศอื่นๆ

“ไม่เสียหายอะไรที่เราจะตั้งเป้าว่า เราจะกลับมาเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้ในระยะเวลารวดเร็ว” นายอนุทินกล่าว

Advertisement

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ คือ ความต่อเนื่องทางการเมืองซึ่งถือเป็นจุดอ่อน นายกรัฐมนตรีตอบกลับทันทีว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการคอร์รัปชั่น เมื่อเราสร้างระบบสังคมดิจิทัลจะบังคับให้การกระทำที่เป็นการทุจริตตรวจสอบได้ เราจึงต้องไปพัฒนาระบบข่าวสาร เอไอ ดิจิทัล ให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เราต้องสร้างระบบขึ้นมาที่ทำให้คนที่อยู่ในสังคม หรืออยู่ในระบบคิดพิเรนทร์อีกต่อไป

นายกรัฐมนตรียังเชื่อมั่นว่า เรื่องการเมืองยังนิ่งพอสมควรแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เราก็ทำตามที่เราข้อตกลงกับทุกฝ่าย และตั้งหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และปีหน้าก็มีการเลือกตั้งใหม่ พรรคไหนทำดี ฝีมือดีก็เลือกกลับทำงาน

ส่วนการเปลี่ยนตัวรัฐบาล หรือเปลี่ยนผู้นำบ่อยๆ จะส่งผลต่อนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนหรือไม่นั้น นายอนุทินมองว่า “ญี่ปุ่นหรืออังกฤษเปลี่ยนบ่อยกว่าไทย และมองว่าความเชื่อมั่นอยู่ที่ระบบ อยู่ที่ประชาชน อยู่ที่ความมุ่งมั่นในการสร้างหลักนิติธรรม หลักธรรมาภิบาล ใครจะไปจะมาไม่สำคัญกับใครวางระบบที่ดี”

อย่างไรก็ตาม พูดได้หรือไม่ว่า หากรัฐบาลวางรากฐาน 4 เดือนนี้ได้ แล้วรอบหน้านายกรัฐมนตรีกลับมา เศรษฐกิจจะเติบโตหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เอา 4 เดือนนี้ให้รอดก่อน และให้รัฐบาลได้ทำทุกอย่างอย่างที่เราตั้งใจให้เกิดขึ้น ซึ่งดีใจมากที่โครงการคนละครึ่งพลัส เกิดแล้ว และการคืนหนี้ให้กับ ธ.ก.ส. เกิดขึ้นในวันแรกของการทำงานของรัฐบาล หลังจากการทำงานของรัฐบาล

“อะไรเริ่มต้นดี จากการกลัดกระตุมแรกถูก ควรจะถูกไปเรื่อยๆ ยกเว้นมีใครไม่ประสงค์ดีซะก่อน” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ การมีทีมเศรษฐกิจที่ดี ส่งผลต่อเศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลต่อไปยังพรรคภูมิใจไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มีแต่พรรคประเทศไทย เราทำงานเต็มที่เพื่อประเทศไทย เรายังมีปัญหาเพื่อนบ้าน ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และทำความชัดเจนให้เขารับทราบ เราจะยอม เราจะอ่อนข้อโดยที่เขาไม่ทำอะไรเลย คงเป็นเพียงความฝัน เขาต้องทำทุกอย่างตามที่เรากำหนดไว้ สิ่งที่เรากำหนดไม่ใช่สิ่งที่ยาก แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความปลอดภัยกับคนไทย ก่อให้เกิดความชัดเจนต่ออธิปไตยของประเทศนี้ และก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในภูมิภาคนี้ ซึ่งเขาต้องทำตาม