หมายเหตุ – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษ ‘หลักนิติธรรม : วาระแห่งชาติเพื่อความสามารถในการแข่งขันของไทย’ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ที่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม
“คำว่าหลักนิติธรรมเป็นคำที่ถูกอ้างถึงบ่อยที่สุดคำหนึ่ง ขณะเดียวกันเป็นคำที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง ผมไม่ใช่นักกฎหมาย แต่เชื่อในเรื่องหลักนิติธรรม (Rule of Law) ผมยึดถือเชื่อมั่นในกฎหมาย ผมยึดถือแนวคิดนี้มาตลอด แนวคิดนี้ทำให้ผมอยู่รอด และประสบความสำเร็จพอสมควรในกิจกรรมต่างๆ ที่ทำมา ตั้งแต่สมัยที่ประกอบธุรกิจกระทั่งมารับใช้บ้านเมืองในฐานะนักการเมืองในการบริหารราชการแผ่นดิน แบ๊กกราวด์ของผมเป็นวิศวกร ทำให้ผมให้ความสำคัญเรื่องของการวางรากฐานที่มั่นคง ทำให้เชื่อว่าหลักนิติธรรมเป็นเสาเข็มที่สำคัญกับสังคม เพราะเราต้องมีกฎหมายเป็นที่พึ่ง และกฎหมายต้องอำนวยความยุติธรรมให้ทุกคน
ความที่ผมได้มีโอกาสไปศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สิ่งที่ติดหัวมาโดยตลอดคือคำว่า จัสทิส ฟอร์ ออล (Justice for All) คือสำหรับทุกคนไม่ใช่เฉพาะบางคน อยากให้มีการบัญญัติศัพท์เช่นนี้ในรัฐธรรมนูญด้วยก็ได้ ที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจ และต้องเชื่อมั่นในกฎหมาย ไม่ใช่อ่านแล้วเข้าใจหมด แต่ไม่รู้เชื่อมั่นได้หรือไม่ เพราะบางคนตัดสินอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้ามีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ ก็จะโดนแบบนี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีเท่าผมหรือพวกผม และวันนี้สิ่งที่คนกลัวว่าพวกผมจะมาใช้อำนาจในการที่จะเป็น จัสทิส ฟอร์ ซัม (Justice for some) ในรัฐบาลนี้ ผมขอยืนยันเลยว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ผมเป็นหัวหน้าอยู่ โดยจะปล่อยให้กลไกยุติธรรมดำเนินไปตามครรลองที่ควรจะเป็น
มนุษย์ทุกคนต้องการความเป็นธรรม หากความเป็นธรรมไม่เกิด ก็จะเกิดการจลาจลขึ้น เรื่องหลักนิติธรรมจึงเป็นเรื่องตั้งแต่ในบ้าน ตั้งแต่เกิด จนเจริญเติบโต ทำงานเข้าสู่สังคม และอยู่ในการบริหารประเทศ ถ้าไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ผลลัพธ์ก็คือความจราจลความวุ่นวาย ความยุ่งเหยิง สุดท้ายก็ไม่มีใครชนะ เพราะถ้าไม่ยุติธรรมก็จะเกิดความพ่ายแพ้ ซึ่งไม่มีประเทศใดที่ต้องการสิ่งเหล่านี้ นอกจากนี้ไม่มีประเทศใดในโลกจะแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หากขาดหลักนิติธรรมที่มั่นคง เพราะการสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงต้องอาศัยกฎหมายที่มีความมั่นคงแน่นอน และคาดเดาได้
สำหรับผมหลักนิติธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือเรื่องของวัฒนธรรมแห่งความเป็นธรรม ที่จะต้องปลูกฝังให้ดีอยู่ในทุกสังคม เพื่อให้เรามีสังคมที่เป็นธรรม คนที่ใช้กฎหมายต้องยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องทุกประการ
ประเทศไทยของเรากำลังเผชิญความท้าทายทางภัยความมั่นคง ใครอยากทราบสามารถติดตามผมได้ทุกสัปดาห์ เพราะความมั่นคงของเรา ดูเหมือนจบเมื่อไหร่ก็ชนะ แสนยานุภาพเราดีกว่า แต่การบริหารสถานการณ์ก็สำคัญ เพราะอาจทำให้เกิดความไม่แข็งแรง หรืออ่อนแอ ดังนั้น ต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในความพร้อมทุกอย่างของเรา
นอกจากนี้ หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกภาคส่วน ทุกมิติ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องรักษา และยึดหลักนิติธรรมอย่างเข้มแข็ง ต้องมีความกล้าหาญที่จะบังคับกฎหมายด้วยความถูกต้องเที่ยงธรรมไม่ถูกครอบงำให้ใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือกลั่นแกล้งบุคคลใดที่คิดว่าเป็นปฏิปักษ์
ในการแถลงนโยบาย ผมให้ความสำคัญเรื่องการรักษาหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เรื่องการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐในกรณีการใช้กฎหมายหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือการละเว้นการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการป้องกันปราบปรามยาเสพติด บ่อนการพนัน อาชญากรรมข้ามชาติไทยไซเบอร์ การหลอกลวงประชาชนนั้นเป็นการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดรวมทั้งการขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาดและจริงจัง เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาชาติ บทเรียนจากทั่วโลกชี้ตรงกันว่าหากหลักนิติธรรมหมอบแนบ ประเทศนั้นจะไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจได้ นักลงทุนหนีหาย ในอีกทางหนึ่งพูดได้ว่า หลักนิติธรรมคือต้นทุนสำหรับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
ประเทศไทยในวันนี้ เรากำลังอยู่ในเส้นทางของการพยายามเข้าร่วมเป็นสมาชิก โออีซีดี (Organization for Economic Cooperation and Development – OECD) ซึ่งอย่างที่เราทราบกันการจะเป็นประเทศสมาชิกในโออีซีดีได้ จะต้องมีความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาล และหลักนิติธรรม
วันนี้ต้องการให้ประเทศเราไปถึงจุดนั้น ผมเป็นประเภท ครม.และ คร.มู เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ดูโหงวเฮ้ง ใครเป็นคนจริงใจหรือตักตวงเอาเปรียบ ดูออก เอาว่ามากกว่า 80% และดูไม่ค่อยพลาด ที่พลาดแกล้งเซ่อ แต่ถ้าแกล้งเซ่อ แต่ผลักดันประโยชน์อื่นๆ ของบ้านเมืองต่อไปได้ เราก็ยอมที่จะแกล้งเซ่อ ฉะนั้นขอให้มั่นใจ ผมใช้ทุกองคาพยพ ในการเข้ามาบริหารบ้านเมือง
ในเรื่องการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนทราบดีคอร์รัปชั่น คือขัดขวางทุกอย่าง คนที่ตั้งใจดีมาเจอคอร์รัปชั่นบางทีท้อถอยก็มี แต่เราต้องไม่ยอมแพ้ ความถูกต้องต้องชนะเสมอ ต้องทะลวงสิ่งนี้ไปให้ได้ รัฐบาลต้องทำทุกอย่างไม่ให้เกิดช่องโหว่ของกฎหมาย
ถ้าพวกผมผิดตอนเป็นฝ่ายค้านก็ต้องผิดมาเป็นรัฐบาลก็ต้องผิด ต้องดำเนินคดีให้ได้ ไม่ใช่พอมาอยู่ตรงนี้ช้าลง ขออย่าช้า ใครทำช้า ผมเอาเรื่องหนักยิ่งกว่าอีก เพราะผมทนไม่ได้กับกระบวนการยุติธรรมที่ทำเพื่อวัตถุประสงค์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างนั้นมันยิ่งกว่าเผด็จการ ชี้เป็นชี้ตายคนได้ คนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องไม่เหลืออะไร เพราะคนที่มีอำนาจสูงสุด ประชาชนเลือกมา จะมาชี้เป็นชี้ตาย และชี้อนาคตทิศทางประเทศไม่ได้เด็ดขาด สิ่งเหล่านี้ผมจะไม่มีวันยอมให้เกิด
สุดท้ายเรื่องความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของสังคม รัฐบาลจะยกระดับโอเพ่น กัฟเวอร์เมนต์ (Open govermant) ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่มีเอไอ ดิจิทัล (AI Digital) ให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง สามารถติดตามตรวจสอบ และสะท้อนความคิดให้รัฐ รัฐจะมีองค์กรรับฟังสิ่งเหล่านี้ เป้าหมายของเราคือต้องสร้างระบบนิเวศของความโปร่งใส ทุกการดำเนินการของรัฐต้องตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
ผมทราบดีว่าการฟื้นฟูโครงสร้างเชิงระบบ และหลักนิติธรรม ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา ต้องอาศัยความต่อเนื่อง แต่อยู่ที่รัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้พวกท่านต้องช่วยกันให้ความร่วมมือ ถ้าเราทำสิ่งเหล่านี้ได้ใน 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้จะไม่เป็น 4 เดือนที่สูญเปล่า แต่จะเป็น 4 เดือนที่พวกผมตอกเสาเข็มวางฐานราก และสร้างโรดแมปให้รัฐบาลหน้า ซึ่งจะต้องถูกกรอบของระบบที่พวกท่านได้วางไว้สร้างไว้ บังคับให้รัฐบาลใดๆ ก็ตามได้เดินต่อไป เพื่อทำให้ประเทศไทยของเรามีรากฐานที่มั่นคง และสามารถแข่งขันได้อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก
ผมเชื่อว่าทุกคนจะเห็นความสำคัญของการที่ประเทศไทย จะต้องมี Rule of law หรือหลักนิติธรรม ทุกคนบอกประเทศไทยเป็นนิติรัฐ เราต้องทำให้ประเทศไทยซึ่งเป็นนิติรัฐ มีเสียงเป็นที่ชื่นชม เป็นที่เชื่อมั่นของประชาคมโลก และเราจะไม่มีความกังวลใดๆ ในการที่จะผลักดันประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าไปในจุดที่พวกเราทุกคนต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และทำให้เกิดความยุติธรรมเกิดขึ้นกับประชาชนทุกคน ในประเทศนี้อย่างยั่งยืนต่อไป

