“ไชยชนก” เบี้ยว แจง “กมธ.ไอซีที” ปมสินบน 40 ล้าน ด้าน “สยาม” เชื่อ ”รมว.ดีอี“ พูดเป็นเรื่องจริง ชวนมาร่วมกันปราบ “แก๊งคอลเซนเตอร์”
เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่รัฐสภา นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กมธ.เชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีที่ได้มีการระบุถึงเงินสินบน 40 ล้านบาท ในการไม่ดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ทางกมธ.ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่า สิ่งที่นายไชยชนก พูดเป็นเรื่องจริง เพราะกมธ. โดยเฉพาะตัวของตนติดตาม เรื่องสแกมเมอร์มาตลอด และเมื่อได้เจอกับนายไชยชก จึงได้เชิญว่า หากสะดวกก็มาชี้แจงต่อกมธ. ว่าใครเป็นผู้นำเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไร ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง โดยในตอนแรกนายไชยชนก รับปากว่าจะมาชี้แจงกับกมธ. แต่เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจเร่งด่วนจึงไม่ได้มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม นายไชยชนกส่งตัวแทนมา
นายสยาม กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่า เมื่อเกิดช่องว่างในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราจะสังเกตได้ว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะข้อเท็จจริงจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะชี้ได้ชัดว่า คนที่โทรเข้ามาเป็นการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นมาอีก แต่ล่าสุดเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ทางกมธ.จะเชิญนายไชยชนก มาชี้แจงอีกหรือไม่ นายสยาม กล่าวว่า เชิญแน่นอนอย่างไรก็ต้องเชิญ และนายไชยชนก ก็เคยอยู่ในกมธ. นี้ด้วยกัน และวันนี้ตนจึงเชื่อเหลือเกินว่า นายไชยชนก เมื่อเข้าไปนั่งรัฐมนตรีถึงได้รู้ความเป็นจริงว่าพวกนี้กล้ามากที่อาศัยช่วงจังหวะแบบนี้ และคิดว่าจ ะเอาเงินมา เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ดังนั้นตนคิดว่านายไชยชก มาร่วมมือกับกมธ. เพื่อปราบปรามแก๊งพวกนี้ให้เด็ดขาด
เมื่อถามว่า นอกจากนายไชยชนกแล้ว จะมีการเรียกบุคคลที่มีการเปิดเผยชื่อออกมาตามข่าว ทั้งส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยและผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส. เข้ามาชี้แจงด้วยหรือไม่ นายสยาม กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องบูรณาการกัน วันนี้ต้องยอมรับว่า เกิดข้อเท็จจริงเกิดขึ้นแล้วจริงๆ เพราะรัฐมนตรีพูดกลางสภาฯ ก็คือข้อเท็จจริง ถ้าเราตามหาและติดตามให้ได้ว่า ในสิ่งที่รัฐมนตรีมีดำริกับปลัดกระทรวงคนใหม่ ว่าภายใน 30 วัน ต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ ดังนั้น เรื่องนี้ตนจะติดตามด้วยเหมือนกัน และตนมั่นใจว่าตัวละครที่พูดถึงทั้งหมดมีอยู่จริงบุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบกับคำพูด
เมื่อถามว่าหากไม่มาชี้แจง จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น องค์กรอิสระ เพื่อให้ตรวจสอบ เพราะอย่างน้อยรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่ามีการเสนอเงินให้ 40 ล้านบาทจริง หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติได้ นายสยาม กล่าวว่า วันนี้ตนเข้าใจว่าขั้นตอนไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองปราบแล้ว ดังนั้น ถ้าคดีไม่คืบหน้าตนต้องไปติดตาม ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่โดนหลอกลวง เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคงอย่างไรต้องติดตามแน่นอน

