หน้าแรก การเมือง โรม ไม่รับตัว...

โรม ไม่รับตัวแทน ธรรมนัส-นฤมล แจงกมธ. ยันให้มาเอง ปมเบนสมิธ เผยได้เอกสาร 48 หน้า โยงอาณาจักรฟอกเงิน

9.10.25 | 11:42 น.

กมธ.มั่นคงฯ ถกปม เบน สมิธ-สินบนคอลเซ็นเตอร์ ”โรม“ เสียดาย ”ธรรมนัส“ เบี้ยวแจง ยํ้า ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปัดพุ่งเป้าตัวบุคคล เผย 30 ต.ค.นี้ จ่อเชิญ ”รมช.คลัง“ ให้ข้อมูลเพิ่ม หลังได้รับเอกสาร 48 หน้า โยงอาณาจักรสีเทา

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชา ที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย กรณีของ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ และแนวทางการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และความมั่นคงของประเทศ

โดย กมธ.ได้เชิญตัวแทนหน่วยงานต่างๆ เข้าชี้แจง ประกอบด้วย 1.กองบัญชาการกองทัพเรือ ซึ่งได้มอบหมาย พล.ร.ท.วศิน สระศรีดา เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ และคณะมาชี้แจง 2.สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งได้มอบหมาย นายอภินันท์ นวลสุวรรณ์ ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข่าวกองทางการเงินและคณะมาชี้แจง 3.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) 4.สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 5.กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) 6.กองบัญชาการสอบสวนกลาง นอกจากนี้ ยังมี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึง น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการด้านการเงิน เข้าร่วมประชุมด้วย

ที่สำคัญ กมธ. ได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าชี้แจงว่ามีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ อย่างไร แต่นางนฤมลส่งหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจตรวจโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมส่งกำหนดการมาให้ ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ส่งตัวแทนมาชี้แจง

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เปิดเผยก่อนการประชุม กมธ.ว่า การพิจารณาในประเด็นของ นายเบนจามิน สมิธ เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เราแบ่งเป็น 3 วาระ วาระแรกคือเน้นไปที่การพิจารณาของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ โดยตรงเข้าไปดำเนินการจัดการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และฟอกเงิน ซึ่งมีบุคคลที่เชิญมาหลายคน พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจไซเบอร์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองทัพเรือ และอีกหลายหน่วยงาน

Advertisement

วาระที่ 2 จะพิจารณาเฉพาะเรื่องความเกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัส กับนางนฤมล แต่ไม่มั่นใจว่า ร.อ.ธรรมนัสจะมาหรือไม่ เพราะเห็นเป็นข่าวว่าจะไม่มา แต่เมื่อสักครู่ระบุว่าจะมา ยืนยันว่า กมธ.ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย รวมถึง ร.อ.ธรรมนัสด้วย

วาระที่ 3 เชิญเฉพาะ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเด็นเงินสินบน 40 ล้านบาท เราพยายามให้ความสำคัญกับเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ เป็นทุนเทาที่กำลังจะยึดประเทศไทย

เมื่อถามว่า กรณีนายไชยชนก มีการติดต่อจะให้เงินสินบนผ่านทีมงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จะต้องมีการไล่ไทม์ไลน์ และเส้นทางที่พยายามจะติดสินบน เบื้องต้นได้รับแค่หนังสือตอบกลับว่า นายไชยชนกได้ไปให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ได้รับแจ้งว่า จะไม่มาตอบใน กมธ.เบื้องต้น จะมีการดำเนินการติดตามเรื่องนี้ ถือว่า ยังให้โอกาสนายไชยชนก ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนเราก็ปฏิบัติเหมือนกันหมด เราให้โอกาส ถ้าไม่มาครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ก็ต้องมีคำตอบที่ดีว่า เกิดอะไรขึ้น เพราะหลังจากนี้ตนเองจะพยายามนัดล่วงหน้าให้นายไชยชนก และ ร.อ.ธรรมนัสเข้าชี้แจงใน กมธ.อย่างครบถ้วน เพราะฉะนั้นหากเราไม่ฟังทุกฝ่ายก็จะมีข้อกล่าวหาว่า กมธ.เลือกปฏิบัติ

ส่วนที่มีการขุดว่าเรื่องนี้เชื่อมโยงกับเสี่ยตือ ซึ่งเป็นประเด็นที่ตนเองเคยอภิปรายมาก่อนนั้น ตนเองอภิปรายเรื่องคอลเซ็นเตอร์เยอะ มีตัวละครพอสมควรยืนยันว่า หากไล่ดูจริงๆ เสี่ยตือจะพบข้อมูลเยอะ อยากทราบเหมือนกันว่า หน่วยงานของรัฐมีเครื่องมือเยอะแยะเต็มไปหมด สามารถตรวจสอบวิธีทางการเงินได้ วันนี้เรามี พ.ร.บ.ปราบปรามการฟอกเงินฯ สิ่งสำคัญคือ ต้องดูว่า เส้นทางการเงินเป็นอย่างไร มีคำอธิบายอย่างไรในเรื่องของที่มาของเงิน ซึ่งไม่ได้อธิบายกันได้โดยง่าย

ในกรณีอื่น ระยะหลังเราเริ่มเจอกับอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความสลับซับซ้อน ต้องยอมรับว่า มีบางกรณีที่สลับซับซ้อนถึงขั้นว่า อาจจะมีการทำให้ไม่มีการบันทึก หรือใช้นอมินีเพื่อไม่ให้เชื่อมโยงถึง จึงต้องอาศัยความร่วมมือจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมาแนวทางของรัฐบาลไม่ใช่แค่เฉพาะชุดนี้ แต่รัฐบาลก่อนหน้านี้ให้ความสำคัญกับแค่บัญชีม้า-ซิมม้า แม้จะมีความสำคัญ แต่ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติด้วยการจับบัญชีม้าได้ ถ้าอยากทำลายโครงสร้างของอาชญากรรมข้ามชาติ จะต้องให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเรื่องการฟอกเงิน ที่มโหฬารมากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินทั้งปีของไทย วันนี้เรากำลังต่อสู้กับเรื่องที่ใหญ่มากเงินเหล่านี้ไหลเข้าสู่ประเทศไทย บางส่วนถูกใช้เพื่อยึดอำนาจรัฐ บางส่วนถูกใช้เพื่อยึดบริษัทพลังงาน บางส่วนถูกใช้เพื่อติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมเดินได้

”หากวันนี้รองนายกฯ ยังไม่นำพา ระดับรัฐมนตรียังเงียบ แม้นายไชยชนกจะออกมาแฉ บางคนบอกว่าเอาจริงแน่เลย แต่พอเอาจริงเริ่มส่งสัญญาณแปลกๆ เราจะอยู่กันอย่างไร อยากให้ทุกคนได้ตระหนักว่าวันนี้เรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่แค่เรื่องธรรมดา เราอาจจะไม่รู้ตัวว่าประเทศเราอยู่ภายใต้ทุนสีเทาเหล่านี้จริงๆ “

เมื่อถามว่า การส่งตัวแทนมาชี้แจงกับมาชี้แจงเองต่างกันอย่างไร นายรังสิมันต์ชี้แจงว่า ตนเขียนชัดเจนว่าเชิญ ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล จะส่งตัวแทนมาไม่ได้ เพราะเราอยากฟังจากปาก ร.อ.ธรรมนัสโดยตรง กมธ.ให้เกียรติท่าน ที่ผ่านมารัฐมนตรีที่มา เราปฏิบัติด้วยดี ไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องของข้อมูล ตนเองพยายามจะทำความเข้าใจกับ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะที่เป็นประจักษ์พยานมาโดยตลอด แต่ท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้เกิดความสงสัยว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัสถึงช่วยนายเบน สมิธขนาดนี้ หากสุดท้ายพิสูจน์ว่า มีพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ก็เอามาแสดง เพราะ กมธ.ก็เป็นหนึ่งในกลไกของรัฐสภา

ส่วนประเด็นที่อยากทราบจาก ร.อ.ธรรมนัสคือ ที่มาความสัมพันธ์กับนายเบน สมิธ เชื่อมโยงไปถึงการฟอกเงินว่า ร.อ.ธรรมนัสรู้มากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ตนเองได้รับเอกสาร 48 หน้า เป็นข้อมูลที่เปิดโปงให้เห็นอาณาจักรการฟอกเงิน มีตัวละครต่างๆ ไม่ใช่แค่นายเบน สมิธ แต่หลักฐานบางอย่างเป็นหลักฐานระดับทางการ ซึ่งเห็นหลายกลุ่มที่ชัดเจนมากขึ้น ข้อมูลส่วนนี้จึงเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เราสามารถติดตามกระบวนการฟอกเงิน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ธงของตนเองคือการฟอกเงิน ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล ไม่ใช่เรื่องของ ร.อ.ธรรมนัสกับตนเอง ไม่ใช่แค่เรื่องของ นายเบน สมิธ แต่เป็นเรื่องของการฟอกเงินที่ใหญ่มโหฬารในระดับที่อาจจะมีรัฐบางรัฐอยู่เบื้องหลัง เป็นความใหญ่ของสถานการณ์ที่กำลังเจอ หากรัฐบาลเอาจริงเอาจังและให้ความสำคัญกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ท่านต้องทำให้เห็นท่านต้องทำให้มากมากกว่านี้

เมื่อถามว่า มีรายชื่อนักการเมืองอยู่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขอเก็บไว้ก่อนแต่ในเอกสาร มีบุคคลมากกว่า 1 คน ขอสื่ออย่ามาเล่นเกมทายตัวเลข เพราะในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ จะเชิญ นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามาที่ให้ข้อมูลต่อ กมธ.ด้วย ทั้งนี้ จะขอดูการประชุมวันนี้ว่า จะได้ข้อมูลมากน้อยแค่ไหน

สำหรับเอกสาร 48 หน้าที่ได้รับมา นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนเองได้ข้อชัดเจนมากขึ้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความกว้างขวางมาก ตัวละครบางตัว หลายคนรู้จักอยู่แล้ว บางตัวก็อาจจะใหม่ ขอให้เวลาเราทำงานนิดหนึ่ง ความตั้งใจของตนเองในการแถลงนโยบายคือ ปฏิกิริยาของรัฐบาลว่าจะเอาจริงเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพยายามสอบหาเส้นเงิน จึงหวังว่า หน่วยงานรัฐจะได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม ในเอกสารมีการย้อนกลับไปเป็นประวัติศาสตร์ 20 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นบางส่วนเป็นเอกสารราชการ และเอกสารของเอกชน ซึ่งมีแผนที่จะยื่นให้กับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป เพราะหากส่งเอกสารไปถึงหน่วยงานเลยคงต้องมาถึงมือตนเอง ทำไมไม่คิดว่าที่ตนเองมาพูดที่สภา เพราะปัญหานั้นครั้งนั้นทอดมาเป็นเวลานาน ไม่เคยได้รับการแก้ไข ระดับ ส.ส.พูดในสภา แล้วเรื่องยังไม่มีความคืบหน้า หรือก้าวหน้าจากหน่วยงานรัฐอย่างเพียงพอ เราต้องเข้าใจว่า วันนี้เรากำลังเจอกับปีศาจร้ายที่ไม่ง่าย แฝงตัวอยู่ในอำนาจรัฐหรือไม่

เมื่อถามว่า เอกสารนี้จะสะท้อนต้นตอความขัดแย้งของไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัญหากัมพูชาไม่ใช่แค่เรื่องของเขตแดนอย่างเดียว ขอให้ดูอากัปกิริยาของผู้นำกัมพูชาดูเป็นเรื่องส่วนตัวมาก นึกว่าแย่งสมบัติกัน มีความซับซ้อน ปัญหาเขตแดนมีมานานแล้ว มีกลไกในการแก้ปัญหาอยู่และมีความก้าวหน้าในบางระดับ อาจจะไม่เพอร์เฟ็กต์แต่มีความก้าวหน้า อาจจะมีปัญหาที่ท้าทายมากกว่า เพราะมีเรื่องผลประโยชน์ แต่ดูที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายจะเห็นความชัดเจนว่า มีกลุ่มทุนแปลกๆ ไปซื้อหุ้นบริษัทหนึ่ง วันนี้พวกเราจึงต้องทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อนำเสนอให้กับประชาชน และมาบอกรัฐบาล เพื่ออยากเห็นนโยบายที่ชัดเจน เราทำหน้าที่ในฐานะ กมธ.อย่างดีที่สุด แม้รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจ กมธ.เยอะ แต่เราก็ทำดีที่สุด หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากบรรดาหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจหน้าที่

ส่วนกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า นายเบน สมิธ ที่รู้จักเป็นคนละคนกับที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายรังสิมันต์กล่าวว่า หากทีมงานของ ร.อ.ธรรมนัสไปตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ดีๆ ก็จะเจอบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง แล้วจะเห็นว่า มีความเชื่อมโยงหลายอย่างเป็นร่องรอยที่สำคัญมาก ซึ่งข้อมูลหลายอย่างยืนยันและโยงไปในลักษณะนี้ อย่าไปคิดว่า ชื่อไม่เหมือนกันแล้วเป็นคนละคน อย่าคิดว่า บริษัทที่ถูกสร้างเพื่อต้มตุ๋นคน จะต้องมีตัวละครจริง คนพวกนี้มีวิธีการทำให้คนเชื่อ และหลอกเอาเงินไป

ส่วนกรณี บริษัทพลังงานแห่งหนึ่งที่ทาง กลต. มีการดำเนินคดีและแจ้งความ ถ้าตนจำไม่ผิดอยู่ในอยู่ชั้นอัยการตั้งแต่ปี 2564 และ 4 ปียังไม่มีความคืบหน้า

เมื่อถามว่า มีหลักฐานพอที่จะเชื่อมโยง นายเบน สมิธ หรือยัง นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่วนการแจ้งดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจทำอย่างเต็มที่แน่นอน