หน้าแรก การเมือง พีมูฟ จี้ กมธ...

พีมูฟ จี้ กมธ. เร่งพิจารณานิรโทษฯ ชาวบ้านเหยื่อทวงคืนผืนป่า

9.10.25 | 13:54 น.

‘พีมูฟ’ ยื่น กมธ.นิรโทษกรรมด้านที่ดิน ขอ ทำกฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว บอก นโยบายทวงคืนผืนป่า ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ทำให้เป็นเหยื่อจากนโยบายรัฐที่ผิดพลาด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่รัฐสภา เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐ และได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ด้านป่าไม้และที่ดิน ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ยื่นหนังสือข้อเสนอต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรรม แก่ราษฎรซึ่งได้รับผลกระทบจากการดำเนินการนโยบายของรัฐด้านที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ

โดยมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร มารับหนังสือ โดยมีข้อเสนอให้การดำเนินการตามนโยบายด้านการจัดการด้านที่ดินและป่าไม้ของรัฐที่ผ่านมา มีคนจน ผู้ยากไร้ กลุ่มชาติพันธุ์ คนชายขอบ ได้รับความเสียหายและผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวจำนวนมาก ทำให้พวกผู้ร้องไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะไม่มีความมั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย ถูกแนวเขตที่ดินของรัฐทับที่ทำกิน ทั้งๆ ที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตป่าของรัฐ ทำให้เราผู้บุกเบิกกลายเป็นผู้บุกรุกในที่ดินของตนเอง ขณะที่การประกาศเขตป่าไม้และที่ดินในหลายพื้นที่ พบว่ามีนายทุน หรือมีอิทธิพล และคนร่ำรวย ซึ่งเป็นแค่คนส่วนน้อยได้ยึดครองที่ดินจำนวนมาก ขณะที่คนจนผู้ยากไร้จำนวนมากกลับไม่มีที่ดินที่ทำกิน แม้อาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐ ก็ไม่มีมั่นคงถูกคุกคามด้วยการดำเนินคดี โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์รัฐประหารปี 2557 มีคดีที่เกิดจากนโยบายทวงคืนผืนป่ากว่า 48,000 คดี

รวมถึงการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า คือ รูปธรรมความล้มเหลวในการจัดการทรัพยากรป่าไม้แบบรวมศูนย์ผูกขาดของรัฐที่ไม่อาจจัดการกับกลุ่มนายทุนบุกรุกผืนป่าได้ แต่รัฐกลับมาดำเนินคดีกับคนจนผู้ยากไร้แทน ผู้ร้องเหล่านี้ คือ “เหยื่อ” ผู้ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านป่าไม้ที่ดิน ทำให้ไร้สิทธิ์ที่จะอยู่บนผืนดินของตนเอง ครอบครัวล่มสลาย มีปัญหาหนี้สิน อันมีสาเหตุมาจากนโยบายการจัดการที่ดินและทรัพยากรของรัฐ ทั้งๆ ที่ผ่านมาผู้ร้องคือผู้สร้างประโยชน์ในการพัฒนาประเทศด้วยความมานะอดทนทำมาหากินโดยสุจริตบนผืนดินของบรรพชนที่บุกเบิก หากินเลี้ยงชีพบนฐานของการทำเกษตรกรรมเลี้ยงแบบพอมีพอกิน ประชาชนไม่ใช่นายทุน มิใช่อาชญากรรรมของแผ่นดิน หากแต่ดำเนินการของรัฐดังกล่าว ประชาชนคือ เหยื่อจากนโยบายรัฐที่ผิดพลาด

Advertisement

และขอสนับสนุน และให้เร่งผลักดันกฎหมายฉบับนี้ จะนำมาซึ่งการคืนสิทธิ และความเป็นธรรมทั้งปวงให้กับพวกเรา ผู้เสียหาย และได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดิน และป่าไม้ กฎหมายฉบับนี้ จะก่อให้เกิดความสันติสุข ภายใต้สิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งถึงเวลาแล้วที่สภาฯ จะได้ร่วมกันสร้างความถูกต้องเรื่องแนวเขตที่ดินของรัฐ ภายใต้หลักประชาธิปไตย เคารพสิทธิมนุษยชน สร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิต ภายใต้การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน

ด้านพันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า กมธ. มีการพิจารณาอย่างรอบด้าน รวมถึงกำหนดโทษความผิด ในกรณีที่รัฐรังแกประชาชน หรือประกาศเขตป่า อุทยานที่ไปทับที่ของประชาชนที่อยู่มาก่อน เราพบว่ามีการศึกษา และมีชุมชนจำนวนมาก ถูกประกาศทับพื้นที่ เมื่อรัฐดำเนินการแล้ว ไม่มีการแก้ไข ทำให้คนกลุ่มนี้ จากเจ้าของ กลายมาเป็นผู้อยู่อาศัย และหวังว่าจะให้เสร็จปลายเดือนตุลาคม มีการศึกษาและทำวิจัย โดยการนิรโทษกรรมกระทำผิดกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นผู้เสียหายด้วยซ้ำ เขาควรจะฟ้องรัฐด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อล้างมลทินแล้ว เชื่อว่าที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่ป่ากับที่ดิน ต่างกัน

พันตำรวจเอกทวีกล่าวว่า ต้องมีการทำความเข้าใจกับประชาชนโดยการสื่อสาร จึงอยากให้คนรู้สึกสุดโต่ง เข้ามารับฟังคณะกรรมาธิการเรา และยึดมั่นว่าวันนี้เราจะเพิ่มพื้นที่ป่าให้ และเขียนนโยบายให้มีป่า 40% ของพื้นที่ในประเทศ โดยเชื่อว่า หากนโยบายเหล่านี้เสร็จสิ้น ประชาชนจะปลูกป่า และรัฐก็ต้องดูแลตัวเอง ย้ำว่า วันนี้รัฐต้องทำความเข้าใจว่าคนจะอยู่กับป่าอย่างไร