หน้าแรก การเมือง ธนดล โวย มาแจ...

ธนดล โวย มาแจงแทน ธรรมนัส แต่ถูกเมินไม่ให้เข้าห้อง โรม แจง หนังสือเชิญชัด ให้มาด้วยตัวเอง

9.10.25 | 14:11 น.

สุดวุ่น! ธนดล โวย มาแจงกมธ.แทน ธรรมนัส แต่ถูกเมินไม่ให้เข้าห้อง นั่งรอเกือบ 40 นาที ยัน เบน สมิธ เป็นคนละคนกับที่ถูกอภิปราย ท้า โรม แจ้งความ-เปิดหลักฐาน ลั่น ถ้าไม่จริงต้องรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน กมธ. ซึ่งกำลังพิจารณา เรื่องปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทย และกรณีนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ ที่กระทบกับความมั่นคงของประเทศ เป็นต้น ซึ่งวันนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ติดภารกิจ ไม่ได้มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการฯ แต่อย่างใด

จากนั้น เวลา 11.10 น. นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งระบุว่า ได้รับมอบหมายจาก ร.อ.ธรรมนัส ให้มาชี้แจงแทนถึงความสัมพันธ์ ระหว่างร.อ.ธรรมนัส กับนายเบน สมิธ โดยได้รออยู่หน้าห้องประชุม กมธ. เกือบ 40 นาที แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการมาธิการให้เข้าไปในห้องแต่อย่างใด ซึ่งนายธนดล ได้พูดเชิงตัดพ้อ ว่า “ทำไมไม่ให้เข้าไปชี้แจง การทำงานของคณะกรรมาธิการทำแบบนี้หรือ” พร้อมระบุอีกว่า “จะไปแจ้งทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ขณะที่ช่วงหนึ่ง นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.พรรคไทยก้าวหน้า ได้เดินผ่านมาและกระซิบ กับนายธนดล ประมาณ 2-3 นาที ซึ่งนายธนดล บอกกับสื่อว่า แค่มาให้กำลังใจกันเฉยๆ

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายรังสิมันต์ ได้เดินออกมาจากห้องประชุมเพื่อเตรียมจะแถลงข่าว นายธนดล ที่รออยู่จึงเดินเข้าไปคุยกับ นายรังสิมันต์ โดยบอกว่า วันนี้ร.อ.ธรรมนัส ไปลงพื้นที่จ.นครสวรรค์ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และได้มอบหมายให้ตนมาชี้แจงแทน โดยใช้อำนาจกฎหมาย พ.ร.บ.อำนาจเรียกของกรรมาธิการ ที่สามารถให้ตัวแทนมาชี้แจงได้

Advertisement

นายรังสิมันต์ จึงตอบกลับไปว่า ตนไม่ได้ใช้อำนาจเรียก แต่ใช้หนังสือเชิญ ถ้าจะใช้อำนาจเรียกต้องเป็นมติของที่ประชุม กมธ. เชิญแล้วไม่มาก็ได้ ซึ่งในหนังสือก็เขียนชัดเจน ว่าเชิญร.อ.ธรรมนัส และขอให้ร.อ.ธรรมนัส มาด้วยตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท่านต้องชี้แจงด้วยตัวเอง ส่วนตัวยืนยัน แม้ว่าตนจะถูกกล่าวหาอะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่เคยไปปรักปรำ ร.อ.ธรรมนัส ว่าเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ แต่นายธนดลก็บอกเองว่า ที่จะไม่ฟ้องเพราะข้อหามันบางมาก และส่วนตัวก็พร้อมให้ความเป็นธรรมร.อ.ธรรมนัส รัฐมนตรีมาที่นี่ เราไม่ได้ต้องการจะฆ่ารัฐมนตรี อย่ากังวล เรามาทำงานด้วยกัน จากนั้น นายรังสิมันต์ ได้เดินไปที่จุดสัมภาษณ์

ด้านนายธนดล บอกว่า ตนก็เข้าใจดีไม่ได้มีอะไร ต่างคน ต่างทำหน้าที่ ส่วนวันนี้ตนก็เข้าใจแล้วว่า เขาเชิญมาไม่ได้ใช้อำนาจเรียกมาแต่อย่างใด

นายธนดล ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม มีหนังสือเชิญ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับนายเบน สมิธ แต่ ร.อ.ธรรมนัสได้มอบหมายให้ตนเข้ามาชี้แจงแทนในทุกเรื่องทุกประเด็น แต่รออยู่ 40 นาทีไม่มีเจ้าหน้าที่มาติดต่อเลยว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร และตนจะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาติดต่อ แต่ถ้าไม่ให้เราชี้แจงก็น่าจะให้เราได้เข้าไปในกรรมาธิการฯ และบอกว่าไม่ให้ชี้แจงด้วยเหตุผลอะไร ประเด็นกฎระเบียบหรือมติของกรรมาธิการเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่มีใครมาติดต่อเลย

ถามว่า หนังสือเชิญต้องการให้เจ้าตัวมาตอบเองเท่านั้น นายธนดล กล่าวว่า มีพระราชบัญญัติอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ในกรณีที่จะเชิญรัฐมนตรีต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วย จึงขอถามว่าการเรียกร.อ.ธรรมนัสเรียกในฐานะบุคคลหรือเรียกในฐานะรัฐมนตรี ถ้าเรียกในฐานะรองนายกฯและรัฐมนตรี ก็ต้องถามว่าได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง ในกฎหมายยังบอกว่าถ้าเจ้าตัวที่ได้รับการเชิญไม่สามารถมาได้ก็สามารถส่งตัวแทนมาได้ ซึ่งตนปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า การที่เรียก ร.อ.ธรรมนัส มาในครั้งนี้เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับนายเบน สมิธ จึงต้องมาชี้แจงเองนั้น นายธนดล กล่าวว่า ร้อยเอกธรรมนัสไม่ได้มาชี้แจงเนื่องจากติดภารกิจ ลงพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดนครสวรรค์อำเภอชุมแสง ต้องลงไปดูชาวบ้านก่อนจึงมอบหมายให้ตนมาเป็นตัวแทนในการชี้แจงเพราะฉะนั้นตนทำตามกฎหมาย ตนอยู่ใน 2 สถานะ คือ ได้รับมอบอำนาจจากนายเบน สมิธ ให้ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ฐานหมิ่นประมาท และเป็นคณะที่ปรึกษาของร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งตนมาในฐานะที่ 2 และรู้เรื่องความสัมพันธ์ ระหว่างนายเบน สมิธและร้อยเอกธรรมนัสเป็นอย่างดี

นายธนดล ยังระบุว่า ในหนังสือเชิญได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัสตามกฎหมายอำนาจเรียก ซึ่งหากเจ้าตัวไม่สะดวกก็สามารถส่งตัวแทนได้ จึงตั้งคำถามไปยังกรรมาธิการ ว่ามีบรรทัดฐานแบบนี้ใช่หรือไม่ ถ้าเรียกนายกฯ ๆ ไม่ว่าง มอบคนอื่นไม่ได้ใช่หรือไม่ ตอนนี้ในการเรียกใช้อะไรเป็นบรรทัดฐาน

เมื่อถามว่า หากหนังสือเรียกเชิญตัวบุคคลคือ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ใช่ในตำแหน่งรัฐมนตรีเราจะสามารถเข้าไปชี้แจงได้หรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า ต้องดูในหนังสือว่าเชิญในฐานะอะไร ถ้าเชิญตัวบุคคลร.อ.ธรรมนัสก็ต้องมาหรือมอบตัวแทนก็ได้ แต่วันนี้เชิญร.อ.ธรรมนัสในฐานะรัฐมนตรี

ถามว่า ถ้ามีการเชิญครั้งที่สอง ร.อ.ธรรมนัส จะต้องมาเองหรือไม่ เพราะทาง กมธ.ไม่รับฟังผู้ที่มาชี้แจงแทน นายธนดล ยืนยันว่า ทุกอย่างปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนการเลือกของกรรมาธิการก็เป็นอำนาจ เราจะมาหรือไม่มาก็ชี้แจงเป็นหนังสือหรือมอบหมายบุคคลก็ได้ จะรับหรือไม่รับก็เป็นเรื่องของกรรมาธิการ

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่เตรียมมาชี้แจงวันนี้มีอะไรสำคัญบ้าง นายธนดล ระบุว่า ตนมีทุกอย่างครบทุกประเด็นว่านายเบน สมิธ เป็นใครทำอะไรทำไมถึงมาอยู่ประเทศไทย ตนพร้อมตอบทุกคำถาม พร้อมยืนยันว่านายเบน สมิธ คนที่ในรังสิมันต์หมายถึง กับเบน สมิธ ที่รู้จักกับร.อ.ธรรมนัส เป็นคนละคนกัน ตนไปดูหลักฐานมาหมดแล้วยืนยันว่าเป็นคนละคนกันร้อยเปอร์เซ็น

“กลต. เมื่อปี 62 พบว่านายเบนจามิน เบอร์เจอร์ ได้กระทำความผิดขายหุ้นบริษัทเทียนเทียน แล้วทำหนังสือไปถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กอง 3 แล้วมาพบที่หลังว่าคนที่ขายหุ้นใช้ชื่อปลอมชื่อจริง มิสเตอร์นี้ๆๆ แต่ผมยังไม่พูดเพราะผมจะไปสู้ที่ศาลเท่านั้นเอง คนละคนแน่นอนยืนยัน ผมเห็นกับตาด้วยตัวของผมแล้ว ผมยืนยันเลยว่าเบน สมิธ เป็นคนละคนกับที่คุณโรมพูดยืนยัน ผมเอาชื่อเสียงรับประกันเลย เพราะผมเห็นกับตาแล้วว่าเป็นคนละคนอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว แล้วคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่เบนจามิน เบอร์เจอร์ ด้วย แต่ผมยังไม่พูด เพราะจะรอไปชี้แจงในกรรมาธิการ” นายธนดลกล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องทุนสีเทาที่ชายแดน นายธนดล กล่าวสวนขึ้นมาว่า เกี่ยวอะไรกับ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าไม่เกี่ยว ทุนสีเทาก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมายมีหลักฐานอะไรใครทำผิดก็ดำเนินคดี ไม่เกี่ยวกับร้อยเอกธรรมนัส หากมีหลักฐานก็ไปแจ้งความเอาผิด ไม่ต้องมาพูดรายวัน

“ในฐานะกรรมาธิการถ้าพบการกระทำความผิดก็ต้องไปดำเนินคดีถูกต้องไหม กับผู้ที่กระทำความผิด แต่ถ้าคุณรู้ว่าเขากระทำความผิด แล้วไม่ดำเนินคดีคุณละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขอฝากย้อนถามไปด้วย ผมยังไม่เห็นหลักฐานเลยเอามาให้ผมดูหน่อย ให้ผมเข้าไปชี้แจงเอาหลักฐานมาแล้วค่อยว่ากัน ให้พี่น้องสื่อมวลชนถ่ายทอดให้ประชาชนเห็นว่าเบนจามินหรือเบนสมิธ เป็นทุนสีเทาเป็นทุนกัมพูชาเป็นสแกมเมอร์ เป็นคอลเซ็นเตอร์จริงไหม ถ้าไม่จริงคุณโรมต้องรับผิดชอบ” นายธนดลกล่าว

เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้ฝากอะไรมาหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่าฝากมาเยอะพอสมควร แต่รอชี้แจงในกรรมาธิการ

นายธนดล ยังกล่าวว่า เมื่อไปดูพยานหลักฐานแล้ว นายเบน สมิธ ไม่ได้โดนดำเนินคดี ไม่มีหมายแดง ไม่เคยถูกต้องคำพิพากษาในประเทศไทย เป็นบุคคลที่เดินทางเข้าออกในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ส่วนสถานะการคบหากับร้อยเอกธรรมนัส เป็นเหมือนคนรู้จักกันเป็นพี่เป็นน้อง ไม่มีกฎหมายไหนห้ามคบกัน เราปฏิบัติตามข้อกฎหมาย หากนายเบน สมิธ ทำผิดขอให้แจ้งความเลย

ส่วนหลังจากนี้นายเบน สมิธ จะมีการขอสัญชาติไทยใหม่หรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า การขอสัญชาติถูกตีกลับเนื่องจากบุตรชายของนายเบน สมิธ บอกว่าพ่อกับแม่เป็นคนสัญชาติอื่น เลยกลับไปแก้เอกสารเท่านั้นเอง ส่วนการจะขอใหม่ก็เป็นสิทธิของเขา

เมื่อถามว่าขณะนี้สังคมออกมาวิจารณ์กันเยอะ นายธนดล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ เบน สมิธ ไม่มีสิทธิออกมาพูด ตนจึงมาพูดแทน ประชาชนเดือดร้อนก็มาเล่นเกมการเมือง เคยสนใจประชาชนบ้างหรือไม่

เมื่อถามว่าหากกรรมาธิการมีการเชิญครั้งต่อไป ร.อ.ธรรมนัส จะมาด้วยตัวเองหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า เราว่าไปตามกฎหมาย แต่วันนี้เราอยากเข้าไปใจจะขาด เพราะวันนี้ตนเตรียมหลักฐานมาว่าเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ กับเบน เบอร์เจอร์ เป็นคนละคนกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ เลยแต่คนมาพูดโจมตีทุกวัน จนประชาชนเข้าใจว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ถ้าจริงเราไม่กล้าฟ้องร้องหรอก เพราะเขาเองก็เป็นนักธุรกิจจึงไม่อยากออกมาพูด เดี๋ยวจะเสียหาย สุดท้ายก็เป็นเกมการเมืองที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ และถ้าเบน สมิธ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือทุนสีเทาใครจะรับผิด และยืนยันว่าร้อยเอกธรรมนัสและเบน สมิธ ไม่มีธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกัน

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่นายธนดล เป็นทนายให้กับ ร.อ.ธรรมนัส และเบน สมิธ นั้น นายธนดล กล่าวว่า ตนไม่กังวล ทัวร์ลงอยู่แล้ว แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามให้ตนรับมอบอำนาจกับผู้หนึ่งผู้ใด ส่วนที่ตนเองถูกตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสม เพราะมีความเชื่อมโยงกับทั้งสองคนนั้น ตนยอมรับที่จะถูกวิจารณ์ แต่มั่นใจว่าตนไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพราะไม่มีใครมาดูแลหรือให้เงิน ตนได้รับค่าตอบแทนถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าต่อจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายธนดลกล่าวว่า ต้องดูว่าอะไรที่ถูกพาดพิงและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย