จัดคฝ. 6 กองร้อย -ชุดทำลายวัตถุระเบิด ตรึงบ้านหนองจาน คาดเริ่มขับไล่กัมพูชา
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 ปรท.ผบช.ภ.2 ออกบันทึกข้อความ เรียน ผบช.ภ.2 และรอง ผบช.ภ.2 เพื่อโปรดทราบ เรื่อง สนับสนุนกำลังพลร่วมฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สระแก้ว
ตามหนังสือ ภ.2 ด่วนที่สุด ที่ 0017.132/8217 ลง 3 ต.ค.68 แจ้งยกเลิกและสนับสนุนกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน (เพิ่มเติม) และสั่งการ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2 เมื่อ 8 ต.ค.68 ในการประชุมร่วมกับฝ่ายปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อกำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการในการดำเนินการให้ได้ข้อสรุป และมีความชัดเจนทุกประเด็น สำหรับจัดทำ (ร่าง) ระเบียบปฏิบัติต่อประชาชนชาวกัมพูชาที่รุกล้ำอธิปไตย บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ให้มีความสมบูรณ์ นั้น
เพื่อให้ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงให้หน่วยจัดกำลัง พร้อมอุปกรณ์เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ จ.สระแก้ว ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค.68 โดยให้จัดเตรียมอุปกรณ์ประจำตัวสำหรับพักค้าง จำนวน 4 คืน 5 วัน และเข้าฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยในพื้นที่ ในวันเสาร์ที่ 11 ต.ค.68 ณ ค่ายสุรสิงหนาท (ร.12 พัน 3 รอ.) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประกอบด้วย
1.หน่วยที่สนับสนุนกองร้อยควบคุมฝูงชนพร้อมอุปกรณ์ คฝ. จำนวน 6 กองร้อย ดังนี้
1.1. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา 1 กองร้อย (กองร้อยเข้มแข็ง)
1.2. ภ.จว.ชลบุรี 1 กองร้อย (กองร้อยเข้มแข็ง)
1.3. ภ.จว.ระยอง 1 กองร้อย (กองร้อยเข้มแข็ง)
1.4. ภ.จว.ปราจีนบุรี 1 กองร้อย
1.5 ภ.จว.สระแก้ว 2 กองร้อย
2.ภ.จว.ในสังกัด ภ.2 จัดเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.ละ 1 ชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์
3.บก.สส.ภ.2 จัดเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) 1 ชุดปฏิบัติการและชุดปฏิบัติการพิเศษ “บูรพา 491” จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการ พร้อมอุปกรณ์
4.ให้หน่วยสนับสนุนรถยนต์พร้อมพลขับ รับ-ส่งกำลังพลในวันดังกล่าว และมอบหมายให้ ผบ.ร้อย คฝ.และ หน.ชุดปฏิบัติการ เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ ไปรายงานตัวกับ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เวลา 07.00 น. ณ ค่ายสุรสิงหนาท (ร.12 พัน 3 รอ.) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
5.ตามข้อ 1 การแต่งกายเครื่องแบบสนามงาน ป.ผูกผ้าพันคอ (คฝ.) ห้ามพกอาวุธปืน
6.ให้ทุกหน่วยเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการตามสิทธิ โดยคำนึงถึงสิทธิกำลังพล ตามความจำเป็น เหมาะสม ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยใช้งบประมาณของหน่วย หากงบประมาณไม่เพียงพอให้ขอรับการสนับสนุนจาก ภ.2
จึงเรียนมาเพื่อปฏิบัติ

