หน้าแรก การเมือง กมธ.อัดผู้รับ...

กมธ.อัดผู้รับจ้างไม่ให้เกียรติ ส่งจนท.ความปลอดภัยแจงถนนสามเสนทรุด กังวลไม่รีบตรวจสอบ หลักฐานหาย

9.10.25 | 18:34 น.

‘กมธ.วิสามัญยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง’ แฉหน่วยงานถนนสามเสนทรุด ส่งจนท.ความปลอดภัยเข้าแจงแทนระดับบริหาร ถือไม่ให้เกียรติ จี้เพิ่มสัดส่วนภาค ปชช.เข้าร่วมกก.ตรวจสอบ อ้างทำให้เกิดความโปร่งใสมากขึ้น เหน็บหากมัวอ้อยอิ่งหลักฐานจะหายไปกับสายน้ำ

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 9 ตุลาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธาน กมธ. แถลงผลการประชุม กมธ.กรณีถนนหน้าถนนสามเสนทรุด

นายศุภณัฐกล่าวว่า หน่วยงานที่มาให้ข้อมูลกับ กมธ.ยังไม่ได้ให้รายละเอียดมากพอ แต่ที่สำคัญคือผู้รับจ้าง ตั้งแต่เกิดเหตุมาผู้รับจ้างได้มีการแถลงข่าวให้ประชาชนได้รับทราบบ้างแล้วหรือไม่ ซึ่ง กมธ.ได้มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงแล้ว 3 ครั้ง โดยมีการส่งตัวแทนเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยที่ไม่ได้อยู่ในระดับผู้บริหารมาชี้แจง เมื่อไม่ได้เป็นระดับบริหารก็ไม่สามารถตอบอะไรได้มากและครบถ้วนมากพอ เป็นการแสดงถึงความไม่ให้เกียรติกับ กมธ.เป็นอย่างมาก

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน หน่วยงานผู้ว่าจ้างที่มีอำนาจในการบังคับผู้รับจ้างให้ต้องมาชี้แจงก็กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับให้ผู้รับจ้างหรือผู้รับเหมามาชี้แจง จึงอยากให้ติดตามว่าเมื่อไหร่บริษัทผู้รับเหมาจะมาชี้แจงกับ กมธ.และตอบคำถามกับสังคม อย่างไรก็ตาม เรามีความกังวลหลายเรื่องที่สุดคือเรื่องของการสื่อสารที่ยังไม่มีความชัดเจนมากพอ ถามว่าความคืบหน้าของโครงการนี้อยู่ที่ไหน ผู้คนทราบแล้วหรือไม่ รายละเอียดของการประกันที่บอกว่ามีวงเงินประกัน 1.94 หมื่นล้าน จะครอบคลุมแบบใดบ้าง และตึก สน.สามเสนที่ต้องรื้อถอนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

นายศุภณัฐกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน หน่วยงานต่างๆ เช่น การประปานครหลวง หรือประชาชนที่อยู่รอบบริเวณเขตดุสิต หากเขามีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเขาจะวางบิลที่ใคร ระหว่างผู้รับเหมาหรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งก็ไม่มีความชัดเจน ส่วนการบริหารจัดการในพื้นที่หน้างาน ตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจนถึงวันนี้ คณะกรรมการยังไม่มีการลงพื้นที่เลย และการบริหารจัดการหน้างานทั้งหมดก็ยกไปเป็นคณะกรรมการที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งขึ้นมา แต่หลังบ้านเขาชี้แจงชัดเจนว่าหลักๆ คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจว่าจะทำอะไรคือ รฟม.กับผู้รับจ้าง และหลักฐานต่างๆ เราจะเห็นหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ในมือของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง

Advertisement

ด้านนายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ส.ส.กทม. พรรค ปชน. ในฐานะ ส.ส.ในพื้นที่ กล่าวว่า ได้เข้าร่วมกับกมธ.ชุดนี้ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เสนอและเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่โปร่งใส และมีสัดส่วนจากภาคประชาชนมากเพียงพอที่จะให้น้ำหนัก แต่สัดส่วนที่มีคือ 2 ใน 11 คำถามคือนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในเรื่องนี้เพียงพอ และเมื่อดูรายชื่อแล้ว ผู้แทนจาก 9 หน่วยงานใน 11 หน่วยงานภาครัฐ ตนรู้สึกผิดหวัง

ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์

นายปารเมศกล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ประธาน กมธ.ชุดนี้ได้กล่าวในที่ประชุมว่าจะมีการทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินโดยเฉพาะเพิ่มขึ้นอีก 3 ท่านที่จะมาจาก 3 มหาวิทยาลัย เพราะหากเรายิ่งมีสัดส่วนจากภาคประชาชนเยอะ ก็จะมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

“สิ่งที่เราต้องกู้คืนโดยเร็วคือความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะหากกรรมการการตรวจสอบในเหตุการณ์นี้ไม่โปร่งใส เชื่อว่าประชาชนจะไม่ให้ความไว้วางใจ โครงการนี้ในอนาคต แม้ว่าจะมีการแก้ไขในการก่อสร้าง และประชาชนยังมีความหวั่นเกรงว่าจะใช้โครงการสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วงใต้หรือไม่ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการการตรวจสอบของเหตุการณ์นี้อีกครั้ง” นายปารเมศกล่าว

เมื่อถามว่า หากเอกชนยืนยันว่าจะไม่มาชี้แจง กมธ.จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายพชร จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า เราต้องมีการบี้ไปที่ รฟม. ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง แต่พวกเราจะทำเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลหลายอย่างที่ กมธ.รู้ ส่วนใหญ่พวกเราทราบจากแหล่งข่าว ไม่ใช่จากราชการเป็นผู้ชี้แจง และเป็นที่น่าสงสัยเพราะหลังจากวันเกิดเหตุประมาณ 2 สัปดาห์คณะกรรมการที่มีการตั้งขึ้นมา ทราบมาว่ายังไม่มีการประชุม จึงเป็นที่กังวลของ กมธ.เป็นอย่างมาก

นายศุภณัฐกล่าวเสริมว่า เราพร้อมตรวจสอบเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันต้องให้กระแสสังคมกดดันด้วยเช่นกัน เพราะทราบกันดีว่าผู้รับเหมาท่านนี้เป็นใคร และอาจมีความเชื่อมโยงอย่างไรกับพรรคการเมือง รวมถึงพรรคการเมืองใดกำกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนที่ส่งมาจากหน่วยงานภายใต้สังกัดของกระทรวงมหาดไทย ที่เหลือเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดของกระทรวงคมนาคม และเจ้ากระทรวงคมนาคมเป็น สังกัดของพรรคการเมืองใด ชัดเจนอยู่แล้ว

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

“เมื่อเทียบกับตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีการรีบตั้งคณะกรรมการสอบสวน ยังถือว่าไวกว่ากรณีนี้ แต่กรณีนี้อ้อยอิ่ง คาดว่าน่าจะประชุมครั้งแรกในวันศุกร์ ถามว่าหลักฐานจะเหลืออะไร ผมทราบมาว่าในสถานีน่าจะมีกล้อง CCTV ติดอยู่ แต่ถามว่าวันนี้เราได้เห็นภาพจาก CCTV แล้วหรือไม่ ก็เพราะยังไม่เห็น เพราะเหตุใดทำไมจึงไม่เปิด นี่ถือเป็นความกังวล หากกระแสสังคมยังอยู่ที่การเปิดหรือไม่เปิดถนนเท่านั้น ไม่ได้โฟกัสเรื่องการตรวจสอบ สุดท้ายหลักฐานต่างๆ จะหายไปกับสายน้ำ และเราอาจจะไม่ได้เจอกับความจริงที่เป็นความจริง อาจจะเกิดมวยล้มตู้ได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการการตรวจสอบจะสะท้อนความจริงใจของรัฐบาลในเรื่องนี้ ซึ่งผมมีความกังวลว่าคณะกรรมการการตรวจสอบชุดนี้จะมีการเมืองแทรกแซงได้ เนื่องจากมีภาคประชาชนน้อยมาก ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องให้เพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการ เพราะยิ่งมากคน โอกาสในการล็อบบี้ก็จะย่อมเกิดได้ยากขึ้น” นายศุภณัฐกล่าว

นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ในกระทู้ถามสดของนายปารเมศ นายกรัฐมนตรีเป็นคนตอบเองว่าเป็นปัญหาด้านวิศวกรรม และเมื่อมาคุยกันใน กมธ.ก็ค่อนข้างเชื่อว่าเป็นด้านวิศวกรรม แต่เราจะเห็นหลักฐานได้อย่างไรที่จะพิสูจน์ว่าเป็นหรือไม่เป็นวิศวกรรม ซึ่งจะสามารถพิสูจน์ได้ หากเป็นเหตุสุดวิสัยจริง ถามว่าประชาชนจะไว้ใจโครงการที่เหลือของภาครัฐได้หรือไม่ ใครจะกล้าใช้