หน้าแรก การเมือง นายกฯ ตรวจเขื...

นายกฯ ตรวจเขื่อนเจ้าพระยา มอบนโยบาย ขรก. สั่งเร่งระบายน้ำ – จ่ายเยียวยา

10.10.25 | 18:01 น.

นายกฯ ตรวจเขื่อนเจ้าพระยา มอบนโยบาย ขรก.สั่งเร่งระบายน้ำ-จ่ายเยียวยา เข็น 9 โครงการสทนช. ลั่น วางรากฐาน 4 เดือนรัฐบาลหลังลต.สานต่อ เย้ย รัฐบาลผสมชุดนี้ ทำงานเข้าขา ลั่น ไม่สนใจใครจะได้หน้า ขอทำเพื่อปชช.ด้าน ‘ศักดา’ มั่นใจน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

ต่อมาเวลา 15.40 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมนายศักดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย เดินทางถึงเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์น้ำและแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงและ ส.ส. อาทิ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรครวมไทยสร้างชาติ นางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่รอรับ

โดยนายกฯรับฟังบรรยายสรุปสภาพปัญหาในพื้นที่จากนายนที มนตริวัต ผวจ.ชัยนาท และสถานการณ์น้ำ รวมถึงแผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และการบริหารจัดการน้ำ จากนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่จะปรับการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,000 ลูกบาศก์เมตร เหลือ 700 ลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้นยังมีแผนสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมเพื่อแก้ไขปัญหาบริเวณจุดฟันหลอ ในกรุงเทพฯ 32 จุด เสร็จแล้ว 22 จุด และมีแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผน วงเงิน 517,136 ล้านบาท ขณะที่รองอธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่าได้วางแผนการจัดการน้ำในช่วงเดือน พ.ย.ให้ได้ 80% โดยจะเร่งระบายน้ำในช่วงปลายเดือน ต.ค.เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำหรับฤดูแล้ง

จากนั้นนายอนุทินมอบหมายให้นายศักดากล่าวมอบนโยบาย ตอนหนึ่งว่า เวลานี้ประชาชนเป็นห่วงว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯหรือไม่ สถานการณ์จะเหมือนปี 2554 หรือไม่ ซึ่งปี 2554 เขื่อนปล่อยน้ำ 4,300 ลบ.ม. แต่วันนี้ปล่อย 2,800 ลบ.ม. จึงเชื่อว่าจะไม่เหมือนปี 2554 ขอให้สบายใจ และท้ายน้ำ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง น้ำจะน้อยลง ดังนั้น โอกาสที่น้ำฝนจะมาเติมจากน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนจะน้อยลง ทั้งนี้ ประชาชนเป็นห่วงว่าเราเกิดเหตุน้ำท่วมทุกปีไม่มากก็น้อย เมื่อปริมาณน้ำเหนือมากขึ้น ประกอบกับฝนที่ตกลงมา ทำให้น้ำในลำคลองแม่น้ำไม่สามารถระบายออกได้และเอ่อท่วมทำให้ชาวบ้านเสียหาย จึงต้องฝากผู้ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ รวมถึงเรื่องที่นายกฯเป็นห่วงจากสถานการณ์น้ำท่วมและสั่งการให้เร่งดำเนินการเรื่องเงินเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัย

ด้านนายภราดรกล่าวว่า นายกฯได้เร่งรัดเรื่องการเยียวยาประชาชนโดยเร็วที่สุด เกิดเหตุปีนี้ต้องเร่งทำให้เร็วที่สุดไม่ใช่เกิดปีนี้ชดเชยปีหน้า แล้วเรื่องที่กำลังจะเข้า ครม.ในวันที่ 14 ต.ค.นี้จะมีวงเงิน 6 แสนล้านบาท ใช้งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท จากนั้น ครม.จะอนุมัติเป็นรอบๆ ไป นอกจากนั้นขอฝากกรมชลประทาน ในเรื่องของการก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เร่งรัดดำเนินการในพื้นที่ที่ระบุว่าจะเสร็จในปี 2573 และ 2574 อาจจะช้าไปโดยให้เร่งเร็วเพื่อที่จะเป็นประโยชน์และแก้ปัญหาให้มาก เช่น พื้นที่บางบาล-บางไทร และพื้นที่ป่าสัก-อ่าวไทย หากเรื่องสรุปเข้าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จะเริ่มนับหนึ่งทำโครงการได้เร็วเพื่อเป็นทางออกหลักในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่จะตัดน้ำ 800-900 ลบ.ม.ต่อวินาที เป็นการแก้ปัญหาระยะยาว

Advertisement

ส่วนที่ สทนช.ระบุว่าจะมี 11 ทุ่งรับน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เห็นว่ายังมีมากกว่านี้ที่สามารถรับน้ำได้ขอให้กรมชลประทานเร่งทำความเข้าใจการรับน้ำเข้าทุ่ง ไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนสามารถผ่านน้ำเข้าทุ่งได้ที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ รวมถึง จ.ชัยนาท ยังมีพื้นที่รับน้ำได้แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการระบายน้ำเพราะยังไม่ได้ตกลงกับประชาชน จึงขอให้เร่งทำข้อตกลงกับประชาชน เพื่อจะเก็บน้ำได้ถึง 400-500 ล้าน ลบ.ม.

นายอนุทินกล่าวว่า จากที่ไล่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่ จ.พิจิตร ลงมาสถานการณ์ค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะ อ.ตะพานหิน มีสภาพน้ำท่วมขัง เมื่อมองจากที่สูงพบปริมาณน้ำจำนวนมากที่ต้องเร่งบริหารจัดการในช่วงนี้จะเข้าสู่ปลายฝนแล้ว หากไม่มีปริมาณน้ำฝนเติม สัปดาห์หน้าน่าจะลดระดับความรุนแรง ภายใน 2-3 สัปดาห์ ฟังดูธรรมดาแต่ประชาชนที่บ้านเรือนน้ำท่วมขัง 1 ชั่วโมง สำหรับเขามีความลำบาก จึงขอฝากเพื่อนข้าราชการที่เกี่ยวข้องทุกคนคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนและหาวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อคลายความทุกข์และความลำบากของประชาชนโดยเร็วเท่าที่ทำได้

ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอมอบกรอบการทำงานให้ทุกคนได้นำไปปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพราะเครือข่ายของทุกคนที่สามารถทำได้หากต้องการการสนับสนุนในด้านใด รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุน

นายอนุทินกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประชุมคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) ได้มอบนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานดูเรื่องของการเยียวยาประชาชนทุกมิติ รวมถึงการชดเชยทรัพย์สินที่เสียหายบ้านเรือน ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้ ขณะที่การบริหารจัดการระบายน้ำให้เกิดประสิทธิภาพ ได้สั่งการให้ตั้งคณะทำงานโดยมอบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรสหกรณ์ รับผิดชอบ รวมถึงดูแลหน่วยงานโดยตรงในการบริหารจัดการระบายน้ำโดยมีกรมชลประธานเป็นเจ้าภาพหลัก ขอให้หน่วยอื่นเช่นกรมทางหลวงและกรมโยธาธิการเข้ามาช่วยเสริมให้สามารถสั่งการได้

นายอนุทินกล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วได้มาอยู่ที่นี่กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ตนเป็น รมว.มหาดไทย ถึงเวลาปฏิบัติ ได้เกิดปัญหาขึ้นในการสั่งการเรื่องที่นอกเหนือกระทรวงมหาดไทย ทำให้ไม่รวดเร็วเพราะต้องทำเอกสาร มีการวิเคราะห์และสรุปรายงานกว่าจะดำเนินการสถานการณ์ก็ปกติแล้ว แต่มาช้าดีกว่าไม่มา แต่เมื่อตนได้มีโอกาสกลับมาบริหารประเทศโดยที่ควบ รมว.มหาดไทย ได้ทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล เรามีความเข้าใจกันมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเราไม่ได้มองว่าเป็นรัฐบาลใครแต่เป็นรัฐบาลเดียว ที่ต้องดูแลประชาชนเรื่องความเดือดร้อนเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขเร่งด่วนลำดับแรกและมั่นใจว่าวิธีการทำงานจะเปลี่ยนไป

นายอนุทินกล่าวว่า ขอความร่วมมือข้าราชการประจำ บูรณาการความร่วมมือโดยใช้เป้าหมายเป็นตัวตั้ง คือ น้ำต้องถูกระบายโดยเร็ว รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนต้องเร่ง ในช่วงเวลา 4 เดือนทำแค่นี้โอเคแล้วส่วนการวางแผนระยะยาวจะไม่กวนทุกคน เพราะยังมี ครม.ทั้งคณะ และคณะข้าราชการประจำที่สามารถวางรากฐานเพื่อเป็นพื้นฐานที่ดี ให้ปีหน้าหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่ารัฐบาลใดที่เข้ามาสามารถสานต่อได้เลย เราจะวางรากฐานไม่ให้คิดเป็นเรื่องการเมืองว่าใครจะได้คะแนนใครจะได้ก็ได้ไปแต่ประชาชนจะได้ประโยชน์

ใครจะได้หน้าได้ตาก็ได้ไป แต่ผมจะเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ตอนนี้เซ็นเยียวยาไป 6 หมื่นกว่าล้านบาท ปีละ 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีเรื่องอื่นด้วย ปีที่แล้วท่วม จ.เชียงราย เยียวยาดินโคลนถล่มใช้ไปเกือบ 2 หมื่นกว่าล้านบาท ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็น มท.1 ใช้ไปแล้วรวมเกือบ 7 หมื่นล้านบาท อยากให้ช่วยกันคิดว่าจะนำเงินเหล่านี้ไปทำถาวรวัตถุใช้ในระบบบริหารจัดการน้ำจะดีกว่า และคิดว่าอีก 5 เดือนจากนี้ ต้องมานั่งเฮลิคอปเตอร์ดูภัยแล้ง

ดังนั้น ต้องคิดว่าจะทำยังไง ตรงไหนที่จะเก็บกักน้ำตรงนี้ไว้ได้ น้ำท่วมในปีแรก ขอบคุณประชาชนที่อดทน ปีที่สองให้กำลังใจเขา มาท่วมปีนี้นี่ต้องขอโทษเขา เพราะน้ำท่วมมาเกิน 3 เดือนตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อย่าคิดว่าปีใหม่แล้วจะหายไป เราต้องคิดกรอบขึ้นมาช่วยก่อน”

นายอนุทินกล่าวว่า ขอฝากกรมชลประทาน ต้องปรับลดการระบายน้ำเขื่อนทั้ง 4 แห่ง และ สทนช.ให้เร่งรัดวางแผนโครงการระบายน้ำจาก 9 โครงการ และทำไปได้ 1 โครงการ ขณะที่โครงการที่จะเสร็จในช่วงปี 70 ต้องเร่งเร็วขึ้น ขอเน้นย้ำในการทำงานให้ทุกคนมองประชาชนเป็นหลัก หากผู้ว่าฯดำเนินการไปแล้วอะไรที่เกินกว่าหน้าที่ ให้บอกมาที่มหาดไทย หรือเกินกว่านั้นให้มาที่นายกฯ ตอนนี้อย่าเพิ่งไปทำอะไร ให้ดูเรื่องการเยียวยาประชาชน เพราะเสร็จจากนี้จะมีสถานการณ์ที่ภาคใต้อีก จะวนเวียนไปแบบนี้ ส่วนเงินที่จังหวัดได้รับให้นำไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับการบริหารจัดการน้ำ และในระยะยาว เพราะหากประชาชนเลือกได้คงไม่ได้ต้องการเงินเยียวยา แต่ต้องการสิ่งที่ดูแก้ปัญหาได้มากกว่า

จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณประตูเขื่อนระบายน้ำ ที่มีปริมาณสูง ก่อนเดินทางไปพบพูดคุยกับประชาชนและติดตามสถานการณ์น้ำ ที่องค์การบริหารส่วนตำบลชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี