สุชาติ เซ็นตั้งรักษาราชการแทนอธิบดี ‘กรมป่าไม้-ธรณี’ ขณะที่ ปลัดทส.โยกอีกซี 9 ผอ.ทรัพยากรน้ำ-ผอ.ทสจ. โคราช-สมุทรสาคร-ขอนแก่น ข้าราชการเก้าอี้ร้อนหวั่นโดนหางเลข
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามในคำสั่ง เรื่องแต่งตั้งข้าราชการให้รักษาราชการแทน โดยระบุว่า ด้วย ครม. มีมติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 อนุมัติให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร) ประเภทบริหารระดับสูง และขณะนี้อยู่ระหว่างการนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ฉะนั้นอาศัยอำนาจความในมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงแต่งตั้งข้าราชการให้รักษาการแทน จำนวน 2 ราย ดังนี้
1.นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมป่าไม้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
2.นายนิกร ศิรโรจนานนท์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ขณะที่ นางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัด ทส.ลงนามในคำสั่งเรื่องให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง โดยให้นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี รักษาการในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรฯ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นอกจากนั้น นางชญานันท์ ยังมีคำสั่งเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ และคำสั่งโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยให้
- นายนเรศ ชมบุญ ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3 กรมทรัพยากรน้ำ เป็น ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ขอนแก่น
- นายสิทธิพงษ์ โกวพัฒนกิจ ผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 กรมทรัพยากรน้ำ เป็น ผอ.ทสจ.สมุทรสาคร
- นายอร่าม ทัพหิรัญ ผอ.ทสจ.นครราชสีมา เป็นผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6
- นายชนินทร สิขัณฑกนาค ผอ.ทสจ.นราธิวาส เป็นผอ.สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 3
- นายสุริยา คูสกุลรัตน์ ผอ.ทสจ.มุกดาหาร เป็นผอ.ทสจ.มหาสารคาม
- นายบทมากร ศรีสุวรรณ ผอ.ทสจ.แม่ฮ่องสอน เป็นผอ.ทสจ.แพร่ นายพรชัย สิทธิเกษร ผอ.ทสจ.ยะลา เป็นผอ.ทสจ.ระนอง
รายงานข่าวจาก ทส.ระบุว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดาข้าราชการในกระทรวงทรัพยากรฯ ถึงการเซ็นคำสั่งให้อธิบดีทั้ง 2 กรมคือกรมป่าไม้ และกรมทรัพยากรธรณี รักษาราชการในตำแหน่งที่ ครม.แต่งตั้ง ซึ่งหมายถึงการปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการโปรดเกล้าฯ โดยกรณีเช่นนี้แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งอาจเนื่องด้วยรัฐบาลมีอายุเพียงแค่ 4 เดือน จึงต้องเร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการทำงานต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บรรดาข้าราชการแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโครงการและงบประมาณจำนวนมาก เพราะเกรงว่าจะมีโทรศัพท์สายปริศนาโทรมาสอบถามหรือต่อรองว่าต้องการจะอยู่ในตำแหน่งเดิมหรือไม่ หากอยากอยู่ที่เดิมก็ต้องสู้กัน หากไม่สู้ก็จะมีการส่งคนใหม่มาแทน

