⦁...เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้แวะเวียนมามติชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
วันนั้นมีพิธีเล็กๆ แต่มีความสำคัญมากๆ คือการมอบรถเข็นผู้ป่วย (วีลแชร์) ให้แก่ “มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์” เพื่อใช้ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
งานนี้ เครือมติชนเป็นผู้มอบให้ มี ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ ปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นำทีม
พิธีดังกล่าวดำเนินไปอย่างสั้นๆ และใช้เวลาพูดคุยกับประธานมูลนิธิยาวหน่อย
ฟังแล้วซาบซึ้ง
เธียรรัตน์เล่าว่า มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ดำเนินงานด้านการช่วยเหลือสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนทุนการศึกษา เมื่อเกิดสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้ลงพื้นที่เพื่อนำเครื่องอุปโภคบริโภคไปบริจาคยังองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์
มอบให้ทหาร มอบให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณปราสาทตาเมือน
จากการเข้าไปสำรวจพื้นที่ พบว่าชาวบ้านต้องการบังเกอร์ประจำบ้าน เพราะไม่สามารถวิ่งไปหาบังเกอร์ประจำจุดได้ทันเมื่อเกิดเหตุ และยังขาดแคลนอุปกรณ์เคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงวัย ซึ่งไม่อยากทิ้งบ้าน
ทราบมาว่า ผู้สูงอายุติดเตียงเคลื่อนย้ายลำบาก บางคนมีน้ำหนักมาก เคลื่อนไหวไม่สะดวก อุปกรณ์ที่ทาง รพ.สต.มีอยู่แล้ว อาจชำรุดตามการใช้งานวันและเวลา มูลนิธิจึงนำรถวีลแชร์ไปมอบให้แล้ว 5 คัน
และวันนี้เครือมติชนมอบให้อีก 10 คัน ซึ่งจะนำไปส่งต่อให้พื้นที่ อบต.ตาเมียง และ รพ.สต.ต่อไป

⦁…ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม กทม.คิกออฟเก็บค่าขยะอัตราใหม่ โดยมีเงื่อนไขให้แต่ละครัวเรือนแยกขยะออกเป็น ขยะทั่วไปกับขยะเศษอาหาร
ทราบมาว่า ขณะนี้มีคนลงทะเบียนทางแอพพ์ไปแล้ว 8 แสนราย และมีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งจูงใจคือค่าขยะที่เรียกเก็บสำหรับครัวเรือนที่ไม่ยอมแยกขยะ 60 บาท แต่เพียงลงทะเบียนในแอพพ์ค่าขยะจะลดลงเหลือ 20 บาท
วันก่อน พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร เอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขาฯผู้ว่าฯกทม.และโฆษก กทม. พร้อมทีมงานเดินทางมาเยือนมติชน
ตอกย้ำเจตนาเรื่องขยะ และการป้องกัน PM2.5 และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
คำถามหนึ่งเกี่ยวกับขยะคือการคัดแยก ซึ่งที่ปรึกษายืนยันว่ารถขยะของ กทม.ทุกคันสามารถแยกขยะตามที่ครัวเรือนแยกมาให้
ถุงที่เป็นขยะเศษอาหารก็ช่องหนึ่ง ถุงที่เป็นขยะทั่วไปก็อีกช่องหนึ่ง ไม่ต้องกังวลว่าขยะจะไปกองรวมกันเหมือนที่เข้าใจ
ส่วนคำถามเรื่องถุงที่ทาง กทม.จะแจกให้ ตอนนี้ได้รับงบประมาณมาแล้ว คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมจะเริ่มแจก
แต่แจกให้เพียง 3 เดือนเท่านั้น เพื่อสนับสนุนการแยกขยะ
ผลที่คาดว่าจะได้จากโครงการนี้ คือ ลดปริมาณขยะลง ทำให้งบประมาณการจัดการขยะ 7 พันล้านบาทต่อปีลดลง
สำหรับการตระเตรียมการป้องกัน PM2.5 พรพรหมบอกว่า กทม.เริ่มต้นแล้ว
1.ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย 2.สร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้น 3.มีมาตรการด้านสุขภาพ
การป้องกันปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่จะมาถึง คือ การลดฝุ่นจากไอเสียรถ และลดการเผาทั้งในเขต กทม. และจังหวัดที่กระแสลมจะพัดฝุ่นเข้าสู่ กทม.
รายละเอียดการดำเนินการจะทยอยแจ้งต่อสาธารณะ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมเพื่อสุขภาพของทุกคนที่สูดอากาศหายใจอยู่ใน กทม.

