นายกฯ มั่นใจ คืบหน้าคุยสันติสุข ย้ำ เน้นการข่าว-ปิดช่องทางธรรมชาติ เผย รมว.กต.เตรียมบินคุยกัมพูชาระดับรมต. 12 ต.ค.นี้ ยัน 4 จุดยืนไทย ไม่เปลี่ยน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) และรับฟังแผนปฏิบัติการปี 2569 ว่าได้ให้ความมั่นใจกับทุกหน่วยงาน หลังจากรับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ โดยขอให้บูรณาการการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับกระทรวงมหาดไทย ให้การทำงานเป็นหนึ่งเดียวเหมือนอดีต นอกจากนั้น ให้กำชับให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ยกระดับการทำงานด้านการข่าวเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามถึงการแต่งตั้ง พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ นายอนุทินกล่าวว่า ทำงานร่วมกับ พล.อ.สมศักดิ์มานานตั้งแต่เป็นเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เมื่อ รมว.กลาโหม เสนอชื่อมาจึงมั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกองทัพและมีประสบการณ์การทำงาน จึงมั่นใจว่าการเจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนความเป็นห่วงในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้
ตนเป็นห่วงความปลอดภัยของประชาชน แต่ไม่ห่วงเรื่องความสามารถของกองทัพไทย ที่มีความสามารถดำเนินงาน ไม่ห่วงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ห่วงเรื่องความตั้งใจของตนที่จะสนับสนุนการปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในทุกภารกิจ จะทำให้ผลลัพธ์บรรลุผลสำเร็จ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าเหตุปล้นร้านทองที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.ยะลา มีการรายงานอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการอย่างเต็มที่ และพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุบ่อย เพราะภูมิประเทศเอื้ออำนวยให้ผู้กระทำผิดสามารถข้ามแดนได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น เราต้องตั้งชุดตรวจลาดตระเวน ซีลช่องทางออกตามธรรมชาติให้ได้มากที่สุด และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้บูรณาการการทำงานรักษากฎหมายให้เข้มข้น
เมื่อถามว่า การก่อเหตุในช่วงเปลี่ยนถ่ายกำลังพล ถือเป็นการท้าทายหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เราอ่านใจเขาไม่ได้ อาจเป็นสิ่งที่เขาวางแผนไว้และมาสอดคล้องกับจังหวะพอดีที่มีการเปลี่ยนผ่าน แต่ทั้งแม่ทัพภาค 4 เลขาฯ ศอ.บต. ผวจ.และนายกฯ ไม่มีช่วงทดลองงาน เข้ามาต้องทำงานได้เลย จะไม่บอกว่าเพราะเราเข้ามาใหม่ 2-3 เดือนค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่แน่นอน ต้องดำเนินการเอาคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุที่หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องใช้ทุกกลไกดำเนินการ โดยฝ่ายนโยบายมีหน้าที่สนับสนุน
ผู้สื่อข่าวถามถึงแผนระยะยาวป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุไปประเทศเพื่อนบ้าน มีโอกาสที่จะทำแนวรั้วกั้นหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า กองทัพจะดำเนินการทุกอย่างในการรักษาอธิปไตย ไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่ถ้ามีการล่วงละเมิดกฎหมาย มีความอันตรายต่ออธิปไตยต่อประชาชน เราพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า การนำ รมว.ต่างประเทศ ลงพื้นที่วันนี้ จะนำประเด็นอะไรพูดคุยกับมาเลเซียเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เรามองมาเลเซียเป็นประเทศมหามิตร มีการแสวงหาความร่วมมือ และมีความสัมพันธ์ที่ดีระดับผู้นำประเทศ และมาเลเซียพยายามนำปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาไปสู่การเจรจาสันติภาพ โดยวันที่ 12 ต.ค.นี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะเดินทางไปมาเลเซียพบกับทีมของกัมพูชาในระดับรัฐมนตรี ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ดำเนินการนำไปสู่การเจรจาลดความรุนแรงนำไปสู่สันติภาพ โดยเราพร้อมที่จะพูดคุย แต่จุดยืนของเรา 4 ข้อ จะไม่เปลี่ยนแปลง และต้องได้รับการตอบสนองก่อนการบรรลุข้อตกลงใดๆ

