หน้าแรก การเมือง รัฐสภานัดอภิป...

รัฐสภานัดอภิปรายแก้รธน. 3 ร่าง 14-15 ต.ค. เพื่อไทยพร้อมโหวตรับ ขอใช้ฉบับพรรคเป็นหลัก

13.10.25 | 05:59 น.

รัฐสภานัดอภิปรายแก้ รธน. 3 ร่าง 14-15 ต.ค. ‘เพื่อไทย’ พร้อมโหวตรับ แต่ขอใช้ฉบับพรรคเป็นหลัก

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ วันอังคารที่ 14-15 ตุลาคม เวลา 09.00 น. มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 เพิ่มเติมกรณีที่รัฐสภาต้องมีการประชุมร่วมกัน และเพิ่มหมวด 15/1การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ, ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ, ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พุทธศักราช … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 เพิ่มเติมกรณีที่รัฐสภาต้องมีการประชุมร่วมกัน และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) นายชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เป็นผู้เสนอ

ทั้งนี้ การพิจารณาจะใช้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด รวมการเสนอร่างทั้ง 3 ฉบับ รวม 19 ชั่วโมงครึ่ง แบ่งเป็น เวลาของประธานในที่ประชุม 1 ชั่วโมง ส.ว.ได้เวลา 5 ชั่วโมงครึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลได้เวลา 3 ชั่วโมง และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้เวลา 10 ชั่วโมง

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรค พท.กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมมาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 15/1 ทั้ง 3 ร่าง ได้แก่ พรรค พท., พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในวันที่ 14-15 ตุลาคม ว่า พรรค พท.ยืนยันว่าเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ราบรื่นมากที่สุด ยินดีที่จะเปิดทาง และรับหลักการวาระหนึ่งทุกฉบับ เพื่อเร่งรัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“แม้ว่าการรับหลักการทั้ง 3 ร่างจะไม่มีปัญหา แต่พรรค พท.มีข้อกังวล และข้อห่วงใยต่อรายละเอียดต่อร่างของพรรค ภท.เนื่องจากที่มาของ ส.ส.ร.มีจุดอ่อนเรื่องการยึดโยงกับประชาชน คือการที่ผู้เสนอตัวเป็น ส.ส.ร.สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลย โดยไม่ต้องผ่านกลไกการกลั่นกรอง หรือการเลือกโดยประชาชน ผ่านการเลือกตั้งทางตรง สิ่งนี้อาจนำไปสู่ ส.ส.ร.จัดตั้งที่สิทธิเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่ต้องสนใจคุณสมบัติ หรือความเหมาะสมในสายตาประชาชน” นายชนินทร์กล่าว

Advertisement

นายชนินทร์กล่าวอีกว่า ขณะที่ร่างของพรรค ปชน.ที่ปัจจุบันแม้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ ส.ส.ร.ให้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังมีโครงสร้างของสภาที่ปรึกษาการยกร่าง มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง จึงกังวลว่าอนาคตจะมีผู้ที่หวังจะขัดขวางกระบวนการ และหยิบเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความว่ามีการเลือกตั้งทางตรงหรือไม่ อาจทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกทอดเวลา หรือถูกยื่นระยะเวลาออกไป

นายชนินทร์กล่าวต่อว่า จึงเห็นว่าชั้นรับหลักการ หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับการทั้ง 3 ร่าง พรรค พท.จะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรค พท.เป็นร่างหลักพิจารณาต่อในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ เพื่อให้ร่างที่จะออกมามีความยึดโยงกับประชาชน ลดความเสี่ยงที่จะถูกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในอนาคต

“สำหรับรายละเอียดของร่างพรรค พท.ที่มา ส.ส.ร.จัดตั้ง ส.ส.ร.ทั้งหมด 151 คน ไม่ได้เป็น ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรง แต่เป็นการเลือกทางอ้อม ประกอบกับการแต่งตั้งจากตัวแทนของกลุ่มองค์กรต่างๆ รูปแบบนี้ อาจจะมองว่าเป็นรูปแบบที่เป็นตรงกลาง มีความสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้การขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย ส.ส.ร.เกิดขึ้นได้จริง สำหรับแนวทางการได้มาซึ่ง ส.ส.ร.ฉบับของพรรค พท.แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 1.การเลือกตั้งทางอ้อม 100 รายชื่อ ซึ่งจะใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และ 2.ส.ส.ร.ที่รัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง แต่เป็นการแต่งตั้งโดยการเสนอชื่อขององค์กรอิสระ จำนวน 51 รายชื่อ” นายชนินทร์กล่าว