หน้าแรก การเมือง ชทพ. โหวตแก้ร...

ชทพ. โหวตแก้รธน. 3 ร่าง แต่ใช้ของภท.เป็นหลัก นำส่วนดีของพท.-ปชน. เสริม แนะเคลียร์ส่วนสุ่มเสี่ยงในชั้นกมธ.

15.10.25 | 15:09 น.

ชทพ. โหวตแก้รธน. 3 ร่าง แต่ใช้ของภท.เป็นหลัก นำส่วนดีของพท.-ปชน. เสริม แนะเคลียร์ส่วนสุ่มเสี่ยงในชั้นกมธ.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม มีการประชุมส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ประกอบด้วย นายประภัตร โพธสุธน ส.ส. สุพรรณบุรี เลขาธิการพรรค นายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ส.ส.สุพรรณบุรี นายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม นายศุภโชค ศรีสุขจร ส.ส.นครปฐม และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อหารือแนวทางการลงมติต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 156 และเพิ่มหมวด 15/1 โดยได้พิจารณาจากทั้ง 3 ร่างที่มีการเสนอต่อรัฐสภา

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ที่ประชุมส.ส.พรรคชทพ. มีการแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย และความเห็นเป็นไปในทางเดียวกันว่าจะลงมติให้กับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะใกล้เคียงกับร่างที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เคยทำไว้ตอนรัฐธรรมนูญ ปี 40 และเป็นร่างที่สอดคล้องกับแนวทางของพรรคชทพ.ที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นหลักการที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้แสดงออกมาโดยตลอด เป็นร่างหลักในการพิจารณา คือ ร่างของพรรคภูมิใจไทย ที่ได้กำหนดให้ สสร. มาจากแต่ละจังหวัดแล้วให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายกับ สสร. ปี 2540 มีจำนวน 99 คนเท่ากัน และมีการห้าม สสร.ในการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ไว้ด้วย

ในส่วนร่างของพรรคเพื่อไทยและร่างของพรรคประชาชนนั้นแม้จะมีประเด็นอยู่บ้าง แต่ทั้งสองร่างก็ยังจะมีข้อดี-ข้อเสียอยู่ จากการพิจารณาก็เห็นเป็นไปในทางเดียวกันว่าจะลงมติสนับสนุนให้เป็นร่างประกอบการพิจารณาเพื่อนำเข้าไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่จะต้องร่วมกันเพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทางพรรคชทพ.เองมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในการทำรัฐธรรมนูญปี 40 การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ พรรคชาติไทยพัฒนาจึงมีแนวทางที่จะสนับสนุนทั้ง 3 ร่าง โดยมีร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลักและจะเห็นชอบอีก 2 ร่างเพื่อนำส่วนที่เป็นข้อดีไปประกอบกับร่างหลัก และในส่วนที่อาจจะสุ่มเสี่ยงต่อการมีปัญหาก็เชื่อว่าในชั้นกรรมาธิการนั้นจะสามารถเคลียร์ออกไปได้