หน้าแรก การเมือง ผบ.สส. ย้ำ เห...

ผบ.สส. ย้ำ เหล่าทัพติดตามสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี ประสานทูตไทยใกล้ชิด(คลิป)

26.04.17 | 14:33 น.

“บิ๊กปุย” ปธ. ถกผบ.เหล่าทัพ ย้ำเดินหน้างานปรองดอง ยกทุกข้อมูลเป็นประโยชน์ ย้ำเหล่าทัพติดตามสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี พร้อม ประสานสถานทูตไทยกรุงโซลใกล้ชิด

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 เมษายน ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ดอนเมือง พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 4/2560 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ก่อนการประชุม พล.อ.อ.จอม ได้เป็นประธานพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศให้แก่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นางเบญจวรรณ สิทธิสาท ภริยาผู้บัญชาการทหารบก และนางบุษบา ชัยจินดา ภริยาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย

จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.สุรพงษ์แถลงภายหลังการประชุมถึงความคืบหน้าการดำเนินงานสร้างความปรองดองว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยตนได้ขอบคุณและชื่นชมทุกเหล่าทัพ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสนับสนุนการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยในด้านต่างๆ อาทิ การให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการเตรียมการ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่กำหนด ทั้งนี้ ทุกเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้การสนับสนุนสร้างความปรองดอง โดยคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่มี พล.อ.เฉลิมชัย เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯนั้น มีส่วนสำคัญในการรับฟังความคิดเห็นโดยเฉพาะในส่วนของภูมิภาค ที่ผ่านมาได้ดำเนินการครอบคลุม และทุกอย่างดำเนินการได้ด้วยดี และมีตัวแทนทุกเหล่าทัพเข้าไปเป็นคณะอนุกรรมการฯทุกชุด

พล.อ.สุรพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับการรวบรวมความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่มีตนเป็นประธานคณะอนุกรรมการฯนั้น ได้รับข้อมูลจากคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ นำมาบูรณาการภาพรวม เพราะข้อมูลที่ได้รับมามีจำนวนมาก ทั้งจากนักการเมืองภาคธุรกิจและนักวิชาการจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยนำหลักวิชาการมาบูรณาการและรวบรวมข้อมูล ซึ่งได้รับการแนะนำจากนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิในคณะอนุกรรมการชุดของตนให้การช่วยเหลือบูรณาการข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา

Advertisement

“ข้อมูลทั้งหมดถือว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่า รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งทุกฝ่ายต่างมีความปรารถนาดีที่อยากให้ประเทศชาติเกิดความปรองดอง เกิดความสงบสุขและมีความเจริญก้าวหน้าเพื่อให้ประเทศพัฒนาต่อไป ตนคิดว่าสิ่งที่ประชาชนได้นำเสนอขึ้นมา หลายประเด็นได้มีการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และอีกหลายประเด็นอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้ได้ข้อมูลทั้งหมดที่สมบูรณ์นำไปสู่การปฏิรูปและเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ” ผบ.สส.กล่าว

เมื่อถามว่าคณะอนุกรรมการชุดของ ผบ.สส.ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะดำเนินการทั้งหมดแล้วเสร็จเมื่อใด พล.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ข้อมูลขั้นต้นในส่วนของคณะอนุกรรมการที่มีตนเป็นประธานได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยได้รายงานให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้รับทราบเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา และในวันนี้ได้มีการนำข้อมูลเหล่านั้นมาแจ้งให้ทุกภาคส่วนได้รับทราบที่กระทรวงกลาโหม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลที่ทุกฝ่ายเสนอมาได้รับการบรรจุตรงตามที่ต้องการ หากมีส่วนใดที่อยากเพิ่มเติมก็สามารถเพิ่มเติมได้อีกส่วนข้อมูลระดับภูมิภาคจะทยอยดำเนินการในช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ถึงต้นเดือน พ.ค. แต่คาดว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ข้อมูลทั้งหมดจะสมบูรณ์ เพื่อส่งให้คณะอนุกรรมการชุดที่มี ผบ.ทบ.เป็นประธานอนุกรรมการฯ ดำเนินการต่อ

เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้แล้ว พล.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ทุกเหล่าทัพพร้อมสร้างความรับรู้กับกำลังพลทุกระดับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและรับทราบถึงกระบวนการต่างๆ เพื่อให้สามารถนำไปเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป

พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้เหล่าทัพติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีว่า ถือเป็นภารกิจของกองทัพอยู่แล้วในการดูแลคุ้มครองผลประโยชน์ของไทยในต่างประเทศ ซึ่งเรามีแผนมีหน่วยงานที่ทำเป็นประจำ หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่อคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ เรามีหน่วยงานดำเนินการอยู่ ในส่วนของกองทัพ ก็มีศูนย์บัญชาการทางทหาร เพื่อติดต่อกับเหล่าทัพอย่างต่อเนื่อง ที่ไหนมีเหตุการณ์ เราจะติดตามอย่างใกล้ชิด แจ้งเตือน และเตรียมการ หากรัฐบาลสั่ง ให้ไปดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็พร้อมตลอดเวลา

พล.อ.สุรพงษ์กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีนั้นเราก็ติดตามมาโดยตลอดเวลา พร้อมทั้งประสานงานกระทรวงต่างประเทศ รวมถึงประสานกับสถานทูตไทยประจำกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ อย่างใกล้ชิด และเราก็มีความพร้อมในการสนับสนุนรัฐบาล เมื่อสั่งการมา สำหรับจุดยืนของประเทศไทยนั้นบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งก็คงต้องยึดไปตามนั้นซึ่งทางกองทัพก็เป็นคนตายของรัฐบาลก็ต้องยึดไปตามแนวทางของรัฐบาล ซึ่งทางด้านกระทรวงการต่างประเทศก็จะเป็นผู้รับผิดชอบ