หน้าแรก การเมือง ‘เพื่อไทย’ เช...

‘เพื่อไทย’ เชื่อเป็นเรื่องการเมือง หลังถูกโหวตคว่ำร่างแก้ รธน. ยันพร้อมร่วมดันร่าง ปชน. 

15.10.25 | 20:50 น.

‘เพื่อไทย’ เชื่อเหตุผลทางการเมือง หลังร่างแก้ รธน.ถูกปัดตก บอก ไม่ได้ทำเอ็มโอเอ เหมือนสองร่างที่ผ่าน ยันพร้อมร่วมดันร่างปชน.ต่อ

เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 15 ตุลาคม ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงถึงกรณีที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรค พท. ในวาระแรกว่า แม้ร่างของพรรค พท.จะได้รับเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เนื่องจากได้เสียง ส.ว.เพียง 60 เสียง ขาดไป 6 เสียง ซึ่งพรรค พท.พยายามอย่างสุดความสามารถ และยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและหลักเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ยืนยันว่าร่างของพรรค พท.มีความเป็นกลางที่สุด เปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ เข้าร่วมเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และเป็นร่างที่สมควรได้รับการสนับสนุนมากที่สุด

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสาเหตุที่ร่างของพรรค พท.ตกไปเป็นเพราะเหตุผลทางการเมือง เนื่องจากพรรค พท.ไม่ได้ทำข้อตกลงเอ็มโอเอ เหมือนกับอีก 2 ร่างที่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ว. ทำให้ได้รับเสียงเกิน 1 ใน 3 และผ่านเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ แม้ร่างของพรรค พท.จะตกไป แต่เราก็ตัดสินใจโหวต สนับสนุนร่างของพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นร่างหลัก เนื่องจากมีความใกล้เคียงกับแนวทางของพรรค พท. โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น ส.ส.ร. เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นประชาธิปไตย


​นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าแม้ผลจะเป็นเช่นนี้ แต่พรรค พท.จะให้ความร่วมมือและส่งตัวแทนเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) อย่างเต็มที่เพื่อร่วมผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สำเร็จ และฝากให้พรรค ปชน.ติดตาม ตรวจสอบ ไตร่ตรองให้ดี โดยเฉพาะรูปแบบของ ส.ส.ร. ที่อาจต้องมีการผสมผสานกับแนวทางของพรรค พท. และอาจมีการแปรญัตตินำร่างพรรค พท. ไปประกอบในวาระที่ 2 เพื่อให้เป็นทางออก นอกจากนี้ เรายังมีความกังวลเรื่องเวลาที่จำกัดในการทำประชามติ ซึ่งอาจทำให้มีเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เกิน 2 เดือน

เมื่อถามว่า แม้ร่างของพรรค ปชน.เป็นร่างหลักแต่ ส.ว.กังวลว่าอาจจะนำไปสู่การแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 อาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไปทั้งกระบวนการหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า การแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ไม่ใช่คณะกรรมาธิการจะแก้ได้ จะแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อมี ส.ส.ยกร่างฉบับใหม่แล้ว กฎหมายไม่ได้ห้ามแก้ แต่ถ้าจะแก้ต้องทำประชามติ เชื่อว่าไม่มีการแก้ไขเพราะในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีการแก้ไข ร่างของพรรค พท.ไม่ห้ามไว้ เพราะถ้าจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องแก้ไขเดี๋ยวจะไม่มีทางออก ซึ่งเหตุการณ์ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

ส่วนความกังวลว่า ส.ว.จะขวางตั้งแต่ต้นน้ำนั้น นายชูศักดิ์กล่าวว่า ก็สุดแต่เขา ต้องไปเคลียร์กันให้ดี เราพยายามอธิบายปากเปียกปากแฉะ 2 วัน ยกเหตุผลมาพูด ถ้าไม่ฟังกันก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ทั้งนี้ที่ร่างของพรรค ปชน.ยังถูกโจมตีว่าขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากมีการยื่นต่อศาลว่าขัดกับคำวินิจฉัยนั้น หลักการยื่นศาลทั่วไปจะต้องใช้มติรัฐสภาเพื่อวินิจฉัยอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ไม่ได้หมายความว่าอยู่ดีๆ จะยื่นได้ แต่ถ้าเสียงข้างมากบอกให้ถาม ก็ต้องไปคิดกันอีกเรื่องหนึ่ง

Advertisement