หน้าแรก การเมือง บวรศักดิ์ แจง...

บวรศักดิ์ แจง ทักษิณ มีสิทธิยื่นขออภัยโทษได้ ชี้ รมว.ยธ. ถวายคำแนะนำยกฎีกาได้ตามธรรมเนียม

16.10.25 | 13:30 น.

บวรศักดิ์ แจง ทักษิณ มีสิทธิ์ยื่นขออภัยโทษได้ เหตุ ไม่เคยมีการยกฎีกา ชี้ รมว.ยธ.ส่งความเห็นยกฎีกา เป็นธรรมเนียม ต้องเสนอ เผย ยังอยู่ในขั้นตอนขอพระราชวินิจฉัย​ ย้ำ เป็นพระราชอำนาจ ไม่ควรก้าวล่วง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แถลง ถึงเรื่องการขอรับพระราชทานอภัยโทษของผู้ต้องขัง ว่า เรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษของผู้ต้องขังเป็นสิทธิ์ตามกฏหมายของผู้ต้องโทษตามมาตรา 259 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยสิทธิดังกล่าวจะถูกจำกัดในกรณีที่มีการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษแล้วถูกยกหนหนึ่ง ถ้าถูกยกแล้วตามมาตรา 264 ระบุว่าจะยื่นอีกไม่ได้จนกว่าจะพ้น 2 ปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือว่าถูกยกฎีกาทิ้งหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่ากรณีของนายทักษิณ มีพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษ ให้เหลือจำคุกต่อไป อีก 1 ปี และศาลฎีกา มีคำสั่งบังคับโทษ โดยนายทักษิณ ได้เข้าไปรับโทษตามคำสั่งบังคับโทษของศาลฎีกาแล้ว จึงไม่มีกรณีการยกฎีกาเกิดขึ้นมาก่อน

“พระราชทานอภัยลดโทษ เมื่อปี 2566 จึงยังไม่มีการยกฎีกาอะไรทั้งสิ้น เพราะนายทักษิณยังไม่ได้ถวายฎีกา ดังนั้นนายทักษิณ มีสิทธิสามารถยื่นฎีกาพระราชทานอภัยโทษได้ ส่วนรมว.ยุติธรรม มีหน้าที่ถวายเรื่องและส่งมาที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.)ตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน โดยสลค.ต้องนำเรื่องขึ้นกับกราบบังคมทูล เสนอไปที่กรมราชเลขาธิการในพระองค์ สำนักพระราชวัง โดยองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็น ทั้งนี้อำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ในการพระราชทานอภัยโทษ จึงเป็นพระราชอำนาจ ซึ่งเป็นการอภัยโทษเฉพาะราย“

นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การอภัยโทษ ตามกฎหมายมี 2 แบบ คือ1.อภัยโทษเฉพาะราย และ2.อภัยโทษเป็นการเป็นการทั่วไปในโอกาสสำคัญ โดยคนถวายคำแนะนำต้องเป็นคณะรัฐมนตรีและถวายเป็นร่างพระราชกฤษฎีกาขึ้นไป โดยทั้งหมดเป็นพระราชวินิจฉัย และเป็นพระราชอำนาจ ซึ่งใครไปก้าวล่วงไม่ได้

Advertisement

เมื่อถามย้ำว่าในกรณีของนายทักษิณ ที่ไม่มีการถูกยกฎีกา แสดงว่าไม่มีการตัดตอน ในขั้นตอนดำเนินการหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวย้ำว่า เป็นสิทธิของนักโทษทุกรายตามมาตรา 259 โดยสิทธินี้ทุกถูกตัดบางเรื่อง เช่น การขอพระราชทานอภัยโทษ กับผู้ที่ต้องคำพิพากษาประหารชีวิต ให้ทำได้เพียงแค่ครั้งเดียว ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษที่ไม่ใช่โทษประหารชีวิต ถ้าทรงยกตามคำกราบบังคมทูลของรมว.ยุติธรรมแล้วจะยื่นใหม่ ต้องรอเป็นเวลา 2 ปี แต่ในกรณีนายทักษิณยังไม่เคยถูกยกและได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2566 แปลว่าสามารถถวายขอพระราชทานอภัยโทษได้

เมื่อถามว่า รมว.ยุติธรรม ถวายยกฎีกาเป็นความจริงหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จริง แต่เป็นธรรมเนียมที่รมว.ยุติธรรม และรัฐบาล จะต้องถวายคำแนะนำให้ยกฎีกา แต่ท้ายที่สุดเป็นพระบรมราชวินิจฉัย ถ้าพระราชทานอภัยโทษ ถือว่าเป็นพระบรมราชวินิจฉัย โดยเรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนกราบบังคมทูล จึงอธิบายได้เพียงข้อกฎหมาย ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้