‘ภัทรพงษ์ ปชน.’ จี้ถามปัญหาแม่น้ำกก พ่วงมลพิษข้ามแดน น้ำประปา-ข้าวกว่าแสนไร่ปนเปื้อน ฉะ ‘สุชาติ’ น่าเกลียด ทำลอยตัว โยน ส.ส.-เจ้าหน้าที่รับหน้าแทน ด้าน ‘สุชาติ’ สวน ‘ผมก็ห่วงใยประชาชนไม่น้อยกว่าท่าน’ ยันปัญหาไม่ได้แก้กระทรวงเดียว เหน็บ รอบรู้ขนาดนี้ ชวนลงพื้นที่ช่วงปิดสมัยประชุม ไม่ใช่ดิสเครดิต-เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน ถาม นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงมลพิษข้ามแดนปนเปื้อนในน้ำ และขอถามถึงการลงพื้นที่ ที่ใช้คำว่ายกทัพหลวงไปช่วยคนเชียงใหม่และคนเชียงราย อยากทราบว่าทัพหลวงทำได้แค่นี้หรือ เพราะปัจจุบันประชาชนยังประสบปัญหาความเดือดร้อน และยังคงพบว่า 18 หมู่บ้าน มีน้ำประปาเป็นพิษ ตรวจพบสารตะกั่วปนเปื้อน เรายังพบว่าประชาชนในพื้นที่กลุ่มเสี่ยง ตรวจปัสสาวะพบสารหนูสูงเกินเกณฑ์ 7 ราย
โดยการลงพื้นที่ของนายสุชาติไม่ได้พูดถึง 2 ปัญหานี้เลย จึงต้องตั้งคำถามว่าทำการบ้านมาอย่างไร และการเตรียมรับมือกับข้าวนาปีที่กำลังจะเก็บเกี่ยวกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งข้าวเหล่านี้ปลูกด้วยน้ำที่ปนเปื้อน มีสารโลหะเกินค่ามาตรฐานจากแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก แต่ตอนนี้กลับไม่มีมาตรการการตรวจที่ชัดเจน และไม่มีมาตรการที่จะเยียวยาด้วยซ้ำ ซึ่งคำถามนี้มีประชาชนในจังหวัดเชียงรายถาม แต่นายสุชาติก็เลี่ยงที่จะตอบ วันนี้ไม่สามารถเลี่ยงตอบได้แล้ว หนีไม่ได้แล้ว
นายสุชาติชี้แจงว่า ที่จริงแล้วอยากให้ลงพื้นที่ด้วยกันวันนั้น เพราะ นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ซึ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านก็ลงพื้นที่ด้วย เพื่อจะรับฟังคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดเชียงใหม่ได้ตอบคำถามและชี้แจงประชาชน น่าจะกระจ่างแล้ว เพราะประชาชนไม่ได้มีคำถามต่อ ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รายงานว่าสาธารณสุขจังหวัด ได้ลงตรวจและดูแลพี่น้องประชาชนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ขณะที่ข้าวนาปี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ไปแก้ปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตร รวมถึงแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว

“ผมก็ห่วงใยไม่น้อยไปกว่าท่าน ที่ท่านกล่าวว่า 3 ประเด็นที่พูด ถ้าเกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพฯ ผมก็ได้เตรียมแหล่งน้ำสำรองให้กับประปาไว้แล้ว ส่วนกรมควบคุมมลพิษ ก็ได้ทำความเข้าใจชี้แจงกับประชาชนว่ามีจุดตรวจ 15 จุด อยู่ในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกอีก 5 จุด เราทำทุกอย่างและชี้แจงผลทุกครั้งที่เราตรวจ ผมเข้าใจว่าท่านเองก็มีความห่วงใย ก็ต้องขอขอบคุณในคำชี้แนะต่างๆ วันที่แถลงนโยบาย ผมก็นั่งฟังอยู่ แต่เรื่องของแม่น้ำกกเกี่ยวข้องกับ 4-5 กระทรวง เราหารือกันอยู่และเป็นวาระเร่งด่วน เมื่อวาน (15 ต.ค.) มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ก็หยิบเรื่องนี้นี้ขึ้นมาพูดอีก” นายสุชาติกล่าว
นายภัทรพงษ์ถามต่อว่า ตนยังไม่เห็นความห่วงใย ที่ท่านบอกว่าห่วงใยไม่แพ้ตนเลย สิ่งใดที่ต้องเข้าใจคือเรื่องน้ำประปา เพราะท่านพูดถึงแค่ประปาส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 85% ของพื้นที่เชียงราย คือประปาหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเพียงแค่ 3 หมู่บ้าน จาก 8 หมู่บ้าน ทั้งที่เป็นปัญหาเร่งด่วน เพราะประชาชนกำลังใช้น้ำประปาที่ปนเปื้อน จึงอยากถามว่า คำว่าเร่งด่วนและห่วงใยของท่านเป็นอย่างไร ขณะที่เรื่องข้าว 100,000 ไร่ ก็โยนให้ ร.อ.ธรรมนัส ทั้งที่นายสุชาติควรจะตอบได้ เพราะเพิ่งประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ต้นตอควรจะเป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างประเทศ
“การกระทำของท่านในวันนั้น ผมมองว่าเป็นการกระทำที่น่าเกลียด เพราะทุกครั้งที่มีคำถามจากประชาชน ถามท่านรองนายกฯว่าจะจัดการปัญหาที่ต้นตอ เจรจาระหว่างประเทศได้อย่างไร ท่านรองนายกฯ ไม่ตอบ แต่โยนคำถามนี้ให้กับ ส.ส.คือนายกัณวีร์ เป็นคนตอบ ง่ายดีครับ ไม่ต้องผูกพันอะไรกับรัฐบาลเลย วันนั้นอาจจะเลี่ยงได้ แต่วันนี้เลี่ยงไม่ได้แล้ว ขอฟังคำตอบชัดๆ ว่าจะจัดการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหามลพิษข้ามแดนนี้อย่างไร” นายภัทรพงษ์กล่าว
ทำให้นายสุชาติ ชี้แจงเรื่องน้ำประปา ก่อนจะชวนว่าถ้าปิดสมัยประชุมให้ลงพื้นที่ไปด้วยกันจะได้ไปฟังการชี้แจงร่วมกัน จะได้เห็นกับตาและทำงานร่วมกันได้ เราหารือกันไม่ได้มีอคติซึ่งกันและกัน แต่การใช้คำพูดแบบมีอคติ เป็นคำพูดที่ควรจะเป็นผู้แทนฯหรือไม่ ส่วนคำถามเรื่องการตรวจสุขภาพ ท่านเป็นผู้แทนฯในจังหวัดเชียงใหม่ ท่านไม่รู้จักผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่หรือ เคยทำงานกับสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ท่านเป็นผู้แทนฯ ก็ต้องทำงานกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยืนยันว่าไม่มีสารปนเปื้อนเกิน ท่านอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะตนได้ข้อมูลมาแบบนี้ เราหารือกันก็เพื่อหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่มาดิสเครดิตกัน เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น อันนี้มันไม่ได้

นายสุชาติกล่าวว่า การตอบคำถามภาคประชาชนวันนั้นตนก็ตอบครบ 10 ข้อ ส่วนการแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน อยู่ในกรอบการทำงานของคณะทำงานติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบสุขภาพในพื้นที่แม่น้ำกก ส่วน ข้าว 100,000 ไร่ ยืนยันว่าไม่ได้โยนให้ ร.อ.ธรรมนัส แต่เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับผู้ซื้อ ตนไม่ได้อยู่ในกระทรวงที่ซื้อขาย ดังนั้นจะไปเจรจาให้ผู้ซื้อมั่นใจในดินที่ปลูกข้าว ก็ต้องไปพิสูจน์ที่ผิวดิน ซึ่งกรมพัฒนาที่ดินไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของตน ตนไม่ได้โยน เราทำงานเป็นภาพรวมของรัฐบาล ยืนยันว่าปัญหาแม่น้ำกก ไม่ใช่เป็นปัญหาของกระทรวงเดียว และกระทรวงทรัพฯรับผิดชอบตรวจวัดน้ำ ส่วนที่ดักตะกอนพอชาวบ้านในพื้นที่ไม่เอา เราก็ไม่ทำ ไม่ใช่ว่าเราจะฝืนกับสิ่งที่เราคิดได้ วันนี้เราเป็นผู้แทนฯด้วยกัน รักประชาชนด้วยกัน หารือหาทางออกร่วมกัน แต่ไม่ใช่มาตั้งคำถาม เหน็บแนมกันไปมา ท่านต้องตั้งคำถามให้ตรงกับกระทรวง ไม่ใช่มาบอกว่าตนตอบไม่ตรง เพราะถ้าท่านถามเรื่องการเจรจา แล้วจะให้ตนไปตอบแทนกระทรวงการต่างประเทศได้อย่างไร สิ่งที่ท่านรอบรู้ทั้งหมด ก็อยากจะเชิญท่านมาหารือกัน ถ้าเป้าหมายเราคือพี่น้องประชาชน
จากนั้น นายภัทรพงษ์ตอบโต้ว่า ท่านรองนายกฯ ยังไม่ทราบ เรื่องข้อมูลการตรวจสุขภาพของประชาชนเลย เพราะที่ตรวจพบ 7 คนที่มีค่าสารหนูเกินมาตรฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ไม่ใช่เชียงใหม่ และตรวจโดยกรมควบคุมโรค ข้อมูลพื้นฐานแค่นี้ รองนายกฯ ยังไม่รู้เลย แล้วมาบอกว่ากระแหนะกระแหนใช้คำพูดถากถาง มันไม่ใช่ และท่านเป็นรองนายกฯ ที่เพิ่งประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมี รมว.สาธารณสุขอยู่ด้วย ยังไม่รู้ข้อมูลตรงนี้เลย เป็นไปได้อย่างไร ท่านเป็นประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ท่านจำเป็นต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดถึงจะแก้ปัญหาได้
นายภัทรพงษ์กล่าวว่า เลิกโยนให้กระทรวงการต่างประเทศ เพราะคนที่จะเจรจาเรื่องของสารปนเปื้อนและมลพิษข้ามแดนคือกระทรวงทรัพฯ กระทรวงการต่างประเทศเป็นเพียงแค่ผู้สนับสนุนการเจรจาเท่านั้น ท่านต้องเดินให้ถูกทางถึงจะแก้ปัญหานี้ได้ การพูดคุยเวทีระหว่างประเทศจะต้องมีการตั้งเป้าหมายเข้าไปก่อน และมีกรอบเวลาให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติ จะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าก่อนการพูดคุย และตนเคยพูดตั้งแต่การแถลงนโยบายแล้วว่า วันที่ 12-16 ต.ค. ก็มีการประชุมอาเซียนว่าด้วยการจัดการบริหารภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน ซึ่งตรงกับเรื่องนี้ ตรงกับการทำงานของกระทรวงทรัพฯเต็มๆ ซึ่งเรื่องมลพิษข้ามแดนไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย แต่ตนขอถามว่า มาตรการที่ต้องเตรียมการรองรับในต้นปีหน้า จะมีแนวทางการบูรณาการเรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดนอย่างไร มีโครงการอะไรจากกระทรวงไหนบ้าง รวมไปถึงกรอบเวลาในการแก้ไขปัญหา
นายสุชาติชี้แจงว่า เรื่องแม่น้ำกก มีการตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ เพื่อติดตามเรื่องการเจรจาระหว่างประเทศและความเดือดร้อนของประชาชน เดี๋ยวหาข้อมูลจากท่านด้วย เพราะท่านน่าจะมีความรู้ ทำงานร่วมกับกระทรวงได้ ส่วนการประชุมแม่โขงล้านช้างวันที่ 21 ต.ค.นี้ ก็มีการเตรียมข้อมูลเพื่อที่จะพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ต้องมีการหารือเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะไม่ใช่ปัญหาของไทยเพียงอย่างเดียว ตอนนี้หากไปโทษว่าเกิดจากประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็ไม่ยอมรับ ซึ่งข้อเท็จจริงทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่ามาจากไหน ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา จะมาบอกว่ากระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้สนับสนุนไม่ได้ มันต้องไปด้วยกัน เนื่องจากต้องใช้เทคนิคการเจรจาระหว่างประเทศ


