หน้าแรก การเมือง คปท.ประท้วงหน...

คปท.ประท้วงหน้า สถานทูตกัมพูชา เผยไม่เห็นด้วย ทัวร์ลง ‘อังคณา’ วอนเลิกทะเลาะกันเอง

16.10.25 | 14:08 น.

กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฎิรูปประเทศไทย และกลุ่มแนวร่วมเดินทางมาชุมนุมที่หน้าสถานทูตกัมพูชา ถนนประชาอุทิศ เขตวังทองหลาง เพื่อกดดันผู้นำกัมพูชาพาประชาชนออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทยโดยเร็ว

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม ที่บริเวณหน้าสถานทูตกัมพูชา เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และกลุ่มกองทัพธรรม ประชาชนผู้รักชาติจำนวนมาก รวมตัวกันชุมนุมปราศรัยเพื่อเรียกร้องให้ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา นำคนกัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยในดินแดนไทยออกจากแผ่นดินไทยทันที

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมฯ ได้จอดรถเครื่องขยายเสียงพร้อมกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมได้ลงมารวมตัวกันในถนนประชาอุทิศ ในช่องทางซ้าย 1 ช่องทาง มีแกนนำสลับสับเปลี่ยนขึ้นปราศรัยบนรถเครื่องขยายเสียง กล่าวโจมตี สมเด็จ ฮุน เซน และ นายฮุน มา เนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า เป็นอาชญากรของโลก พร้อมเรียกร้องให้สองพ่อลูก ให้นำคนกัมพูชาที่รุกล้ำแผ่นไทยออกไป ในบางช่วงยังพาดพิงถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นคนขายชาติ โดยมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4) จำนวน 1 กองร้อย และ ตำรวจฝ่ายปราบปราม สน.วังทองหลาง วางกำลังหน้าสถานทูตเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. เปิดเผยว่า การรวมตัวชุมนุมเรียกร้องวันนี้ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์แม้ไร้ทูตของกัมพูชาประจำประเทศไทย แต่ต้องการสื่อสารไปยังผู้นำสองพ่อลูกกัมพูชา ให้รีบนำคนกัมพูชาออกจากแผ่นดินไทย เพราะแผ่นที่ดินกัมพูชารุกล้ำล้วนเป็นของไทย แม้การเรียกร้องครั้งนี้จะยังไม่ประสบผลสำเร็จ แต่อยากให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีความเข้มแข็ง แสดงท่าทีที่แข็งก้าว ในการกดดันผู้นำกัมพูชา

Advertisement

รวมถึงแนะนำนายกรัฐมนตรีไทยควรทำหนังสือถึงผู้นำกัมพูชาในลักษณะเด็ดขาด แต่เข้าใจว่าในทางการทหารมีการเตรียมความพร้อมและดำเนินการอยู่ตลอด แต่ตราบใดที่นายกรัฐมนตรีไทยยังไม่เด็ดขาด ก็จะทำให้ปัญหายืดเยื้อ พร้อมย้ำไปทางผู้นำกัมพูชาว่าอย่ามาสร้างเงื่อนไขใช้ประชาชนของตัวเองเป็นรั้ว ในขณะที่ผู้นำทั่วโลกอย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เริ่มเคลื่อนไหวกดดันกัมพูชาในกรณีที่คนกัมพูชา หลอกลวง คนจากประเทศอื่นไปเป็นสแกมเมอร์ ถือเป็นกระทำความผิดต่อพลเมืองของประเทศนั้นมองว่า ซึ่งช่างแตกต่างจากไทย ที่เป็นเพื่อนกันโดยตรง แต่กลับไม่ท่าทีดำเนินการจัดการได้อย่างลวดเร็ว เหมือนอย่างนานาประเทศ

ซึ่งตนเองมองว่า รัฐบาลไทย โดยเฉพาะรัฐมนตรี ที่ปรากฎเป็นข่าวมีความเชื่อมโยง ธุรกรรมทางการเงิน กับธนาคารของกัมพูชา มีความเกรงใจอะไรรัฐบาลกัมพูชาหรือไม่ หรือแท้จริง มีนักการเมืองไทยเข้าไปเอี่ยวกับการกระทำความผิดในกัมพูชา

ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้มีการกระชากหน้ากากนักการเมือง กลุ่มเหล่านี้ออกมาให้เป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะชน และต้องดำเนินการจัดการกับบุคคลที่เอี่ยวกับการกระทำความผิดกับกัมพูชาอย่างจริงจัง

ส่วนกรณี นางสาวอังคณา นีละไพจิตร สว. ออกมาแสดงความคิดเห็นในฐานะนักสิทธิมนุษยชน แต่กลับถูกทัวร์ลงยับในโซเชียล นายพิชิต บอกว่า ตนไม่เห็นด้วยต่อการใช้ความรุนแรง เพราะการแสดงความคิดเห็น ถือเป็นสิทธิ ที่ทุกคนสามารถแสดงออกได้ ดังนั้นอยากขอร้องคนไทยให้พุ่งเป้าไปที่การปกป้องอธิปไตยไทยมากกว่าการมาทะเลาะกันเอง

ซึ่งทางกลุ่มมีแนวคิดที่จะเดินทางไปเคลื่อนไหวเรียกร้องในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ช่วงประมาณปลายเดือนนี้ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการประสานเครือข่ายในพื้นที่ พร้อมกับประสาน นายวีระ สมความคิด เพื่อกำหนดวันเวลา ให้ชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่เข้าไปในพื้นที่ที่ทหารปฏิบัติงาน เพราะไม่อยากเข้าไปขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

แม้ที่ผ่านมาจะเดินทางไปยัง UN เพื่อเรียกร้อง แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ก็ไม่รู้สึกเสียกำลังใจจะยังคงพามวลชนเดินหน้าเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปกป้องแผ่นดินไทยต่อไป และการรวมตัวที่หน้าสถานทูตกัมพูชาในวันนี้จะใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงและจะเคลื่อนขยายเสียงเคลื่อนไหวปราศัยไปเรื่อยเรื่อยเพื่อไม่ให้รบกวนสถานศึกษาและพื้นที่เอกชนใกล้เคียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมดังกล่าวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยก่อนจบการชุมนุมฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ซึ่งการชุมนุมฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อย