ไชยชนก แจง ทุกหน่วยงานร่วมมือ เตรียมความพร้อมทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะยกเลิก MOU43-44 หรือไม่ หรือทำประชามติหรือไม่ ชี้ สั่งทุกหน่วยงานไปศึกษาเพิ่มเติม เพื่อความได้เปรียบมากขึ้น
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ (MOU) 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมหารือแนวทางการยกเลิก MOU43-44 ว่า ทุกหน่วยงานทุกภาคส่วน นำโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทุกคนปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ตนรู้สึกดีใจที่มีความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งทางฝั่งของความมั่นคง ทั้งฝั่งของรัฐบาล ทำให้มั่นใจว่าทางรัฐบาลและประเทศไทยจะมีความพร้อมมากขึ้น ไม่ว่าผลของการทำประชามติจะออกมาในรูปแบบไหน จะทำให้เราได้เปรียบมากขึ้นจากทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่าเป็นการทำประชามติใช่หรือไม่ ไม่ได้ใช้มติ ครม.ในการยกเลิก MOU เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการเสนอมาว่าสามารถใช้มติ ครม.ยกเลิกได้เลย ไม่ต้องรอการทำประชามติ นายไชยชนกกล่าวว่า ตามนโยบายรัฐบาล ในปัจจุบันยังเป็นเช่นนั้นอยู่ ต้องเขียนว่าในการเตรียมพร้อมสำหรับทุกผลลัพธ์ เราเตรียมทั้งถ้ามีประชามติ ไม่ยกเลิก ยกเลิก หรือปรับปรุง เป็นต้น เพื่อจะได้มีความพร้อมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง เพื่อหากเกิดการนำไปสู่การยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงก่อนการทำประชามติได้เราจะได้มีความพร้อม เพราะฉะนั้นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ในการปรับปรุงในฝ่ายของทางรัฐบาล ยังไงก็เป็นแนวทางที่ดีขึ้น ให้เราพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

เมื่อถามย้ำว่า แปลว่าเราพร้อมหากสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงก่อนจะมีการทำประชามติใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า จะดีขึ้นแน่ๆ และทุกคนกำลังร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางเพิ่มเติม สิ่งที่นายบวรศักดิ์ได้ฝากไปทั้งทางฝั่งของความมั่นคง และฝั่งของกระทรวงการต่างประเทศ ให้เตรียมศึกษาทุกรูปแบบ และที่ได้รับสารจากที่ประชุมมาคือต้องให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะทุกฝ่ายต้องทำตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าฝั่ง กต.ก็ได้แจ้งว่าที่ผ่านมานโยบายคือการทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ไปสู่ศาลโลก ในตอนนี้ไม่ใช่ว่าเรามีนโยบายที่จะไปสู้ในศาลโลก แต่เราต้องมีความเตรียมพร้อม ไม่ว่าเจตนาเราจะไปหรือไม่ ดังนั้นทาง กต.ก็ต้องทำการบ้านเพิ่มเติม เพื่อที่หากต้องไปศาลโลกเราก็จะได้เปรียบมากขึ้น
เมื่อถามว่า แนวทางมีทั้งหมดสามอย่าง คือยกเลิก ไม่ยกเลิก และปรับปรุงใช่หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า จริงๆ มีหลากหลายแนวทางมากกว่านั้น แต่ในรายละเอียดตนขอให้แต่ละฝ่ายไปทำการบ้านเพิ่มเติมมาก่อนดีกว่า ไม่อย่างนั้นอาจก่อให้เกิดความกดดันจากสังคมเพิ่มเติม แต่ในตอนนี้ MOU43 และ MOU44 มีการศึกษาแยก ไม่ได้เหมารวมกัน ตรงไหนที่ได้เปรียบหรือตรงไหนที่มีข้อกังวลอย่างไร ทุกอย่างจะถูกพิจารณาทั้งหมด
เมื่อถามว่า ที่ให้ไปศึกษานั้นจะกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้งเมื่อไหร่ นายไชยชนกกล่าวว่า ตนไม่ได้กำหนดในส่วนนี้ น่าจะรอว่าในแต่ละหน่วยงานมีข้อมูลพร้อมเพิ่มเติมที่จะอัพเดตเมื่อไหร่
เมื่อถามว่า ฝ่ายทหารมีความกังวลอะไรบ้างหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ตนคิดว่าทุกคนมีความกังวลอยู่แล้ว เพราะพวกเราเป็นห่วง ไม่ว่าจะพี่น้องประชาชนชาวไทยก็ดี หรือว่ารั้วของชาติก็ดี หรือความเป็นไปได้ของผลกระทบระหว่างประเทศ หรือว่าจะเรื่องทรัพยากรก็ดี ตนคิดว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างมันดีขึ้น ตนพูดได้ชัดเจนอย่างเดียวว่า ฝ่ายรัฐบาล ความมั่นคง หรือว่ากลาโหม และต่างประเทศ เป็นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น และมีความสามัคคีกัน ร่วมกันแก้ไขปัญหามากขึ้นจริงๆ
เมื่อถามต่อว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า หากมีการยกเลิก MOU มีแนวทางหลังจากการยกเลิกอย่างไรบ้าง นายไชยชนกกล่าวว่า มีการพูดและมีการให้ตั้งคณะเพื่อเสนอเชิงลึกในหลากหลายรูปแบบ ต้องเขียนว่ามันมีหลายรูปแบบมาก มันไม่ใช่แค่ว่ายกเลิกแล้วมันต้องฉีกอย่างเดียว ยกเลิกแล้วไม่กำหนดระยะเวลาในการยกเลิก ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาว่ามันมีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น

