⦁…นัดหมายด้วยความเป็นห่วง แม้จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ด้วยเรื่องประชามติเอ็มโอยู 43-44 ทำให้ต้องตั้งโต๊ะแสดงความเห็น
นำโดย มาริษ เสงี่ยมพงษ์ พร้อมทีมงานเข้มแข็ง ชยิกา วงศ์นภาจันทร์
มี จักรภพ เพ็ญแข และ วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ ร่วมโต๊ะพูดคุยกันด้วย

ประเด็นสำคัญย่อมเป็นหัวข้อยกเลิกเอ็มโอยู 43-44 ที่รัฐบาลตั้งเป้าทำประชามติด้วย
มาริษย้ำว่า เรื่องนี้รัฐบาลทำได้เลย ไม่ต้องโยนไปให้ประชาชน สอดรับกับความเห็นของหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายที่คัดค้านการยกเลิก และฝ่ายที่สนับสนุนการยกเลิก
เพราะเอ็มโอยู 43-44 เป็นเรื่องเทคนิคที่ผู้เชี่ยวชาญน่าจะให้คำตอบด้วยเหตุและผลได้ดีกว่า
ลองไปสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับเอ็มโอยูเฉพาะนี้ คือ 1.กรมกิจการชายแดนทหาร 2.กรมแผนที่ทหาร 3.กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ
ทั้ง 3 หน่วยสังกัดกองทัพบกและกองทัพเรือ มีภารกิจรักษาอธิปไตยอยู่แล้ว
หากทั้ง 3 หน่วยนี้เห็นด้วย รัฐบาลก็ว่าไปเลย แต่ถ้า 3 หน่วยนี้ไม่เห็นด้วย รัฐบาลคงต้องเปลี่ยนท่าที
เพราะผลประโยชน์ของชาติอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
⦁⦁⦁

⦁…ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ราศีจับมาตั้งแต่เป็นผู้ชี้ขาดเลือกนายกรัฐมนตรี
จากพรรคก้าวไกลที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องพลาดเก้าอี้นายกฯ เพราะวุฒิสภาเป็นผู้ชี้ขาด
มาถึงยุคที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาเป็นผู้ชี้ขาด ก็นับว่าคะแนนเสียงของประชาชนที่เลือกตั้งครั้งก่อนมิได้สูญเสียไปซะทีเดียว
แม้การเลือก อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และดันให้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะสร้างรอยช้ำแก่พรรคประชาชน แต่ดูเหมือนเป้าหมายที่พรรคประชาชนมองมิใช่รัฐบาล หากแต่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
และข้อกำหนด 4 เดือนต้องยุบสภาก็จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชนนั้นถูกหรือผิด
วันก่อน ณัฐพงษ์นำทัพพรรคประชาชนมาแลกเปลี่ยนกับเครือมติชน
มี ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ พูดคุยถึงความพร้อมในการเลือกตั้ง
พบว่า ด้านผู้สมัคร ส.ส. มีผู้ผ่านการคัดเลือกและอยู่ระหว่างการคัดตัวอยู่ 600 คน เกินกว่าเขตเลือกตั้ง 400 เขตไปมาก
ด้านพฤติกรรม ส.ส.ที่เคยสร้างปัญหาให้พรรค ณัฐพงษ์ใช้ระบบเทคโนโลยี ตรวจสอบสถิติการทำงานอย่างเข้มงวด
คนสอบผ่านก็มีโอกาสได้ลง ส.ส.อีก ส่วนคนสอบไม่ผ่าน ต้องสู้กับคู่แข่งใหม่ที่จะเข้ามาเปรียบมวย
ด้านนโยบายก็ตระเตรียม จากข้อมูลที่ฟังดูแล้วพร้อมกว่าตอนเป็นพรรคก้าวไกล
มิน่าล่ะ พรรคประชาชนจึงตั้งเป้า ส.ส.ครั้งหน้า 250 คน จาก 500 คน
ทำได้ หรือทำไม่ได้ อีกไม่นานก็รู้
⦁⦁⦁

⦁…วันที่ 22 ตุลาคม เวลา 09.00-12.05 น. ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม. มีสัมมนาใหญ่ของมติชน
งานนี้ มติชน X AIS จัด Talks for Thailand 2025 ในหัวข้อ AI for Equality เติมพลังเท่าเทียม
มี ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขึ้นมาฉายภาพความเหลื่อมล้ำและความเท่าเทียม
ด้วยการปาฐกถาพิเศษ Road to Equality
จากนั้น น.ส.กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจองค์กร เอไอเอส มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในรูปแบบสัมภาษณ์พิเศษ ในหัวข้อ AI for Equality
มี อลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย เป็นผู้ดำเนินรายการ
ตามมาด้วย นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน AI ที่จะมาบรรยายพิเศษถึง AI ในประเทศไทย
ฉายภาพความเป็นไปได้ในการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
และปิดท้ายด้วยเวทีเสวนา AI ตัวช่วย หรือตัวฉุด ความเท่าเทียม
มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาให้ความรู้ ทั้ง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) รศ.นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ ผศ.ดร.ราชศักดิ์ สมยานนทนากุล กรรมการและเลขานุการ สมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย
มี นายมนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล ดำเนินรายการ
หวังว่าเวทีนี้จะเป็นอีกเวทีหนึ่งที่จุดประกายการใช้ดิจิทัลเพื่อสังคม โดยเฉพาะการทำให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา การสาธารณสุข และสิ่งอื่นๆ เพื่อนำไปสู่ความเท่าเทียม
ใครลงทะเบียนแล้วโปรดอย่าพลาด แต่ถ้าใครยังไม่ลงทะเบียน ลองสแกนคิวอาร์โค้ดดู เผื่อโค้งสุดท้ายจะยังมีที่นั่งเหลือ

