‘ทูตจีน’ ถกอนุทิน-ย้ำร่วมมือปราบสแกมเมอร์ในภูมิภาค แก๊งคอลเขมรเผ่น-เกาหลีวืด

18.10.25 | 06:30 น.

‘ทูตจีน’ ถกอนุทิน-ย้ำร่วมมือปราบสแกมเมอร์ในภูมิภาค ‘บวรศักดิ์’ สั่งการบ้าน ‘MOU’ แก๊งคอลเขมรเผ่น-เกาหลีวืด

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในโอกาสเข้ารับหน้าที่

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือว่า หนึ่งในเรื่องที่นายอนุทินหารือกับนายจาง เจี้ยนเว่ย คือด้านความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายอนุทินระบุว่าไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มสแกมเมอร์ในภูมิภาค ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมร่วมมือกับทางการจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน และปราบปรามอย่างจริงจัง

ด้านเอกอัครราชทูตจีนเห็นพ้อง และพร้อมเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับไทยในทุกมิติ โดยยินดีจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานไทย เพื่อป้องกัน ปราบปราม และยับยั้งปัญหาดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ นายสิริพงศ์กล่าว

นายสิริพงศ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายอนุทินย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน และพร้อมร่วมมือในกรอบอาเซียนเพื่อสร้างความเข้าใจ และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ซึ่งไทยยึดมั่นในหลักสันติวิธี และจะดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่าจีนมีท่าทีที่เป็นกลางต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยสนับสนุนให้ทั้ง 2 ประเทศใช้กลไกที่มีอยู่แล้วในการเจรจาแก้ไขปัญหาอย่างสันติ เพื่อรักษาเสถียรภาพ และสันติภาพในภูมิภาค

Advertisement

ที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบวรศักดิ์เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือแนวทางการยกเลิก MOU43-44 โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการดีอี ในฐานะประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณา MOU43-44 สภาผู้แทนราษฎร พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กห. และหน่วยงานความมั่นคง เข้าร่วมด้วย

แหล่งข่าวระบุว่า การประชุมในวันนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นการหารือเรื่องข้อดี ข้อเสีย และแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งกองทัพเป็นผู้เสนอ และหลังจากนี้จะให้หน่วยงานต่างๆ แยกย้ายไปทำข้อมูล เพื่อนำกลับมาส่งให้กับรัฐบาล

สำนักข่าวโคเรียไทมส์ของเกาหลีใต้รายงานว่า ทีมตอบสนองร่วมของรัฐบาลเกาหลีใต้ ซึ่งนำโดยคิม จีอา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศคนที่ 2 ของเกาหลีใต้ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฐานปฏิบัติการไท่จื่อ ในพื้นที่แห่งหนึ่งใน จ.ตาแก้ว ของกัมพูชา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งเคยเป็นฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา ทีมเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีนักข่าวร่วมเดินทางไปด้วย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ใน จ.ตาแก้ว ตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญราว 40 กิโลเมตร โดยสถานที่นั้นมีเจ้าของคือ Prince Group ที่เพิ่งถูกสหรัฐและอังกฤษคว่ำบาตรไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม จากการฉ้อโกงและค้ามนุษย์ ฐานปฏิบัติการไท่จื่อ

ประกอบด้วยอาคารสูง 4 ชั้น จำนวน 11 แห่ง สามารถรองรับอาชญากรสแกมเมอร์ได้มากกว่า 5 พันคน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ เช่น ชาวเกาหลีใต้ ที่ถูกกักขังและบังคับให้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ หลังถูกล่อลวงมาทำงานในกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ทีมเจ้าหน้าที่กลับไม่พบหัวหน้าแก๊งสแกมเมอร์ หรือคนงาน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ถูกถอดออกไปจนหมด รองเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามออนไลน์สแกมของกัมพูชากล่าวกับทีมงานของเกาหลีใต้ว่า อาชญากรหลบหนีออกไปจากฐานปฏิบัติการก่อนที่ตำรวจจะมาถึง แม้ทางตำรวจจะสืบสวนข้อมูลข่าวกรองอย่างระมัดระวัง แต่ผู้กระทำความผิดหลบหนีออกไปได้ก่อน