“อังคณา-สุณัย” ร้อง ผบ.ตร. ให้คุ้มครองนักปกป้องสิทธิ ฯ จากกรณีถูกคุกคามและข่มขู่เอาชีวิต
จากกรณี นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และ นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์การฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย (Human Rights Watch) ถูกคุกคามและข่มขู่เอาชีวิต หลังออกมาเคลื่อนไหวหลังอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่ง นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เสียงเครื่องบิน F-16 และเสียงโหยหวนของ “ผี” กลางดึกบริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว เพื่อกดดันชาวกัมพูชาออกไปจากพื้นที่พิพาทในเขตแดนไทย
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นางอังคณา พร้อมด้วย นายสุณัย ได้เดินทางมาเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้ดำเนินการในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิ ฯ จากกรณีถูกคุกคามและข่มขู่เอาชีวิต หลังบุคคลทั้งสองถูกโจมตีและคุกคามทางออนไลน์อย่างรุนแรง จากการใช้สิทธิและเสรีภาพ ในการแสดงความเห็นโดยสุจริต เพื่อเรียกร้องให้ภาครัฐเคารพ และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในกรณีอินฟลูเอนเซอร์เปิดรถเครื่องเสียงส่งเสียงรบกวนในพื้นที่ขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชา
นางอังคณา กล่าวภายหลังพบ ผบ.ตร.ว่า สิ่งที่ดิฉันให้ความเห็นเป็นการตั้งคำถามกับรัฐบาล ในเรื่องให้เอกชนเข้าไปในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก กลับถูกคนออกมากล่าวหาว่าโจมตี จนเลยเถิดว่าไม่รักชาติ หรือ คนไทยใจเขมร ในโซเชียลมีเดีย แฟนคลับท่านทั้งหลาย ก็โจมตี ขู่จะฆ่า ก้าวล่วงคนในครอบครัว เรื่องนี้ เกิดกว่าการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไปแล้ว
เมื่อถามถึงเจตนาฟ้องร้องนั้น นางอังคณา กล่าวว่า ในเรื่องการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง คุกคาม อาฆาตมาดร้าย เป็นความผิดทางอาญาอยู่แล้ว ทั้งตามกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจ สืบสวน จนกว่าจะนำผู้กระทำผิดไปสู่กระบวนการได้ คนใช้ชื่อต่างๆ หลายคน ไม่ได้ใช้ชื่อจริง นามสกุลจริง แต่ สตช. มีเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบได้ แต่ตนไม่มีศักยภาพจะตรวจสอบได้ แต่เป็นหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว แม้ว่าประชาชนจะไม่ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว
นางอังคณา กล่าวอีกว่า ขอบคุณ ผบ.ตร. ที่ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาคุ้มครองในบริเวณที่พักอาศัยตั้งแต่ยังไม่ได้ร้องขอ ขอบพระคุณที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

ด้านนายสุณัย กล่าวว่า ผบ.ตร.เห็นถึงความร้ายแรงของสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการคุกคามนักสิทธิมนุษยชน ถึงขั้นที่ สหประชาชาติได้แสดงความกังวลอย่างเป็นทางการ 2 ช่องทางด้วยกัน คือ 1.ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ และ 2.สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ที่ได้แสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทย ทางผบ.ตร.ได้พูดว่ารับทราบข้อกังวลนี้ จึงเสนอให้ความคุ้มครองหากร้องขอ วันนี้ก็ได้ร้องขอแล้ว และได้เสนอหลักฐานว่า การข่มขู่คุกคาม มีความร้ายแรงขนาดไหน
“เช้านี้ ถึงขั้นขู่จะเอาชีวิต จะฆ่าให้ตายแล้ว ลิงก์เป็นอย่างไร หวังว่านี่เป็นข้อมูลพื้นฐานเพียงพอ ที่สตช.จะสอบสวนเร่งด่วน เพื่อระบุตัวผู้ที่ขู่จะเอาชีวิต หวังจะถึงขั้นอาญาต่อไป” นายสุณัย กล่าว
“เราพยายามให้ประเทศไทย อยู่ในเวทีสากลได้อย่างสง่างาม ไปตามกฎบัตรที่ทั่วโลกรับรอง ไม่ได้ต้องการกระแส หรือพูดให้คนชม แต่ดิฉันเตือนด้วยความปรารถนาดี วันนี้ที่ไม่มีใครอยากออกมาพูด เพราะกลับทัวร์ลง จริงๆ ทั้ง 2 คนเหมือนเป็นแพะ เพราะแสดงความคิดเห็นตรงไปตรงมา แต่เชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ในการทำงานสิทธิมนุษยชนต่อไป” นางอังคณา กล่าว

นางอังคณา กล่าวอีกว่า อันที่จริง เรามี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยี ที่ต้องมอนิเตอร์ ระวังการคุกคามทางออนไลน์อยู่แล้ว เรามี กสม. ที่จำเป็นต้องออกมายุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและปกป้องคนทำงาน แต่เราก็ไม่เห็น รวมถึง กสทช. ด้วย องค์กร หน่วยงาน ที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรง ยังไม่ออกมาเลย
นายสุณัย กล่าวว่า กรณีการคุกคามการนักสิทธิมนุษยชน กินเวลากว่า 1 สัปดาห์แล้ว มีการขู่เอาชีวิตออกอากาศ คำถามกลับไปว่า องค์กรต่างๆอยู่ที่ไหน กสม. กสทช. องค์กรวิชาชีพสื่อเช่นกัน ก็เงียบกริบ ไม่ได้แสดงจุดยืนใดๆเลย ล้มเหลวในการตรวจสอบสถานการณ์คุกคามนักสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้ นางอังคณาและนายสุณัยยืนยันว่า จะยังคงทำงานด้านสิทธิมนุษยชนต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้ที่คุกคาม ข่มขู่ และเผยแพร่ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์ เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในประเทศไทยให้เป็นไปตามหลักสากล

