โรม จี้ 3 ข้อ อนุทิน ขยับปราบสแกมเมอร์ เรียกร้องหนัก ปลด รองนายกฯธรรมนัส
วันที่ 18 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน ประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เราต้องยอมรับจริงๆ ว่าตอนนี้ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องสแกมเมอร์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะไปประชุมหรือพูดคุยกับนักการเมืองที่ไหน ทุกคนล้วนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แต่ต้องยอมรับว่าความเคลื่อนไหวของประเทศไทยกลับตามหลังประเทศอื่นๆ อย่างมีนัยยะสำคัญ
ไม่นานมานี้ ท่านนายกฯตั้งคณะทำงานที่จะปราบปรามเรื่องแก๊งสแกมเมอร์ ความเคลื่อนไหวแบบนี้ฟังเหมือนจะดูดี แต่ผมเป็นห่วงจริงๆ ว่าจะเป็นแค่เพียงการซื้อเวลาเท่านั้น เพราะนอกจากการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว เรายังไม่เห็นความเคลื่อนไหวอย่างเอาจริงเอาจังของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่จะทลายศูนย์กลางของแก๊งสแกมเมอร์แต่ประการใด ไอ้ที่จับๆ ไปที่มีให้เห็นอยู่บ้าง ก็เทียบไม่ได้กับบรรดาแก๊งสแกมเมอร์ที่ใกล้ชิดกับสมเด็จฯฮุน เซน อันนั้นน่ะหลายแสนล้านบาท เผลอๆ นับล้านล้าน เป็นเครือข่ายใหญ่มาก ทุกวันนี้เราก็เห็นแค่เพียงการส่งสัญญาณฟอกขาวของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐต่ออาชญากรตัวเป้งที่กัดกินสังคมไทยมาเป็นเวลานานเท่านั้น น่าผิดหวังจริงๆ
ผมขอเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรีว่า ด้วยเหตุที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ นายกรัฐมนตรีถ้าท่านต้องการเอาจริงเอาจังและไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆ กับแก๊งสแกมเมอร์ ท่านต้องสั่งการดังต่อไปนี้ได้แล้ว
1.ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากการเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัสให้คณะทำงานของตัวเองเป็นทนายความให้กับนายเบน สมิธ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกเฝ้าระวังจากสหรัฐอเมริกาที่ถูกเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชา และเป็นที่ปรึกษาของสมเด็จฯฮุน เซน อาจทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าทำหน้าที่ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมไม่ให้ความร่วมมือต่อการตรวจสอบของกรรมาธิการ อีกทั้งยังใช้อำนาจในลักษณะของการข่มขู่การฟ้องปิดปาก ต่อสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ทำให้ขาดความเหมาะสมต่อการดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอื่นใดอย่างยิ่ง
2.สั่งการให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเบน สมิธ และภรรยา, ร.อ.ธรรมนัส ตลอดจนเครือข่ายของนายยิม เลียก หากพบว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดก็ต้องยึดอายัดทันที
3.สั่งการให้ ตร.เร่งรวบรวมพยานหลักฐานในการปราบปรามและดำเนินคดีเครือข่ายทุนเทายึดประเทศพวกนี้ หากเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา ก็ต้องมีการใช้กลไกของศาล ICC เพื่อเอาผิดผู้นำของกัมพูชาด้วย
ผมในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงฯ หวังว่าท่านนายกฯจะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ ส่วนตัวผมก็จะทำหน้าที่ของตัวเองในการเชิญท่านธรรมนัส ท่านนฤมล และท่านวรภัค เพื่อมาชี้แจงต่อกรรมาธิการความมั่นคงฯในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ด้วย โปรดมาด้วยตนเองนะครับ อย่าส่งใครมาแทน
สุดท้ายนี้ในฐานะที่ผมได้ติดตามคณะรัฐสภาไทยในเวทีการประชุม IPU หรือสหภาพรัฐสภา ณ นครเจนีวา ผมก็จะหยิบยกเรื่อง Scam Center เพื่อเป็นหนึ่งในเรื่องเร่งด่วนเพื่อนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือในการจัดการแก๊งสแกมเมอร์ต่อประเทศต่างๆ ต่อไปด้วยครับ

