หน้าแรก การเมือง ซาบีดา ดัน พิ...

ซาบีดา ดัน พิพิธภัณฑ์อัลกุรอาร พันปี เป็นมรดกโลก หนุนไปฮัจญ์มากขึ้น รัฐเตรียมช่วยดูแล-ลดค่าใช้จ่าย แก้สายการบินผูกขาด

18.10.25 | 23:25 น.

ซาบีดา โปรยยาหอมผลักดัน ‘พิพิธภัณฑ์อัลกุรอาน’ อายุ 1,000 ปี ให้เป็นมรดกโลก ชายแดนใต้มีต้นทุนทางวัฒนธรรมมีคุณค่า หนุนพี่น้องมุสลิมไปฮัจญ์ให้มากขึ้น รัฐบาลเตรียมเข้าไปช่วยเหลือ-ดูแลลดค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาสายการบินผูกขาด

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 18 ต.ค.68 ที่มัสยิดอันซอรุลอิสลาม (บ้านตะเคียนเภา) หมู่ที่ 4 ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายณัฏฐ์นนท์ ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สงขลา ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.นราธิวาส

ประธานในพิธีเปิดงานการกุศลเพื่อสมทบทุนชำระหนี้คงค้าง และซ่อมแซมศูนย์อบรมศาสนาและจริยธรรมประจำมัสยิดอันซอรุลอิสลาม มี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรม จ.สงขลา หัวหน้าส่วนราชการ

นายชูชีพ กล่าวว่า มัสยิดอันซอรุลอิสลาม ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและจิตใจของพี่น้องมุสลิม ในพื้นที่ เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจและยังเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการศึกษา ด้านศาสนาการอบรมคุณธรรมและจริยธรรมแก่เด็ก เยาวชน และประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสําคัญในการปลูกฝังศรัทธาสร้างความดีงาม และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมของอําเภอสะเดา

Advertisement

นางสาวซาบีดา กล่าวว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีทุนทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่ามากมาย วันนี้ได้ไปดูพิพิธภัณฑ์อัลกุรอาน ของจังหวัดนราธิวาส ต่อด้วยโบราณสถานยะรัง ที่จังหวัดปัตตานี เห็นว่ากระทรวงวัฒนธรรมมีความกระตือรือร้นที่จะขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน จะเร่งเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เปิดพิพิธภัณฑ์อัลกุรอาน

ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมเกือบ 100% ที่ให้บริการทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ มีคัมภีร์อัลกุรอาน อายุ 1,000 กว่าปี มีคุณค่ามาก ถือเป็นหนึ่งใน 5 ของโลก หากเปิดได้ก็จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นการสร้างรายได้และเศรษฐกิจ มั่นใจว่าโบราณสถานมีความสวยงามและทรงคุณค่า กระทรวงก็จะเร่งให้กรมศิลป์เข้าไปดูแลและผลักดันให้เป็นมรดกโลก

“อยากให้พี่น้องมุสลิมได้มีโอกาสไปกระทำฮัจญ์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยจะพยายามดูแลเรื่องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปฮัจญ์ และแก้ปัญหาการผูกขาดเรื่องสายการบินที่ปัจจุบัน มีเพียงสายการบินเดียวให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเป็นทางเลือกในการตัดสินใจ ส่วนศาสนาอื่น กระทรวงวัฒนธรรม จะดูแลและสนับสนุนอย่างเต็มที่” นางสาวซาบีดากล่าว