‘พิเชษฐ์’ เตรียมตั้ง ‘พรรควิชชั่นใหม่’ ชูนโยบายหลัก ‘พ.ร.บ.โปร่งใส’ แก้ปัญหาทุจริต-คอร์รัปชั่น
เมื่อเวลา 09.00น. วันที่ 19 ตุลาคม 2568 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ กลุ่มวิชชั่นใหม่ จัดเสวนา ในหัวข้อ “ทางเลือก ทางรอด ทางออกประเทศไทยกับกลุ่มวิชชั่นใหม่” (พ.ร.บ.โปร่งใส) นำโดยนายพิเชษฐ์ สถิรชวาล อดีตรมช.อุตสาหกรรม และรมช.คมนาคมในฐานะ ประธานกลุ่มวิชชั่นใหม่ , พล.ต.ต.วิญญู อำนวยสมบัติ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บึงกาฬ , นายณัฐพล เนืองชมพู อดีตสว.
นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า เราไม่ได้มาเพื่อหาตำแหน่งหรืออำนาจ แต่มาร่วมกันเพราะรักประเทศไทย บ้านเมืองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่สับสน มีอุปสรรคมากมาย และประชาชนไม่เชื่อว่าจะมีใครแก้ปัญหาได้จริงทางกลุ่มจึงจะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้น ในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจที่จะต้องทำการ การวางรากฐานใหม่ให้กับประเทศ

ตนอยู่ในวงการการเมืองพอสมควรวันนี้ต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ครั้งหนึ่งเนื่องจากว่าห่วงใยและรักประเทศชาติ สิ่งเดียวที่อยากเห็น คือการเมืองวิถีใหม่ที่ไม่ใช่เป็นของใครคนหนึ่ง ต้องเป็นของประชาชนจริงๆ เราจะใช้ความรู้ความสามารถทั้งหมดเป็นเข็มทิศ และใช้ความโปร่งใสที่เป็นนโยบายหลักในการแก้ไขปัญหา ตนอยากเห็นการเมืองที่เป็นของประชาชน และประชาชนต้องทราบทุกนโยบายไม่ใช่ทำแล้วมารู้ที่หลัง ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้เห็นว่าความล้มเหลวทั้งปัญหาทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมยังแก้ไม่ได้
“วันนี้เราเริ่ม พรุ่งนี้เราเดินไปด้วยกันในการแก้ปัญหาเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้แก่ประเทศชาติ วางหลักฐานใหม่การเมืองใหม่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดี เพื่อให้ลูกหลานภูมิใจว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากพวกเรากลุ่มเล็กๆที่กล้าฟังและทำจริง เรามาไม่ใช่เพราะหวังตำแหน่งแต่เราห่วงประเทศชาติจริงๆ” นายพิเชษฐ์กล่าว
ด้านนายนิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย อดีต ส.ส. และ ส.ว. กล่าวว่า ปัญหาทุจริตเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน เราจึงต้องมีการวางรากฐานใหม่ เรามีร่างพระราชบัญญัติโปร่งใส ซึ่งเป็นนโยบายหลักเพื่อใช้ในการแก้ปัญหานี้ โดยเราจะมีการใช้เอไอในการตรวจสอบ ยกตัวอย่างกรณีตึกถล่มที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของฝักบัวราคา15,000 บาท แต่ในท้องตลาดราคาเพียง1,500 บาทเท่านั้น เราจะใช้เอไอในการตรวจสอบตั้งแต่เสนอราคาเพื่อไม่ให้เกิดการซื้อของที่ราคาสูงจากท้องตลาดเกินไป

อนาคตโลกจะต่างจากโลกเก่าโดยสิ้นเชิง ปัญหาการเมืองที่เห็นคือนักการเมืองที่ไม่ตกผลึก อยู่ๆก็กระโดดเข้ามาเล่นการเมืองโดยที่ไม่มีองค์ความรู้อะไรเลย

