‘ชยิกา’ แนะ ‘อนุทิน’ อย่ากลัวที่จะต่อยอดปราบสแกมเมอร์จาก ‘รัฐบาลแพทองธาร’

19.10.25 | 11:26 น.

‘ชยิกา’ แนะ ‘อนุทิน’ อย่ากลัวที่จะต่อยอดปราบสแกมเมอร์จาก ‘รัฐบาลแพทองธาร’ โจมตีเส้นทางการเงิน-ยึดทรัพย์ดิจิทัล-ปิดเว็บเถื่อน-ชวนนานาชาติร่วมทลายสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ อดีตที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย เตรียมประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ว่า เริ่มมีความหวัง ที่จะเห็นรัฐบาลขยับในการปราบปรามสแกมเมอร์คอลเซ็นเตอร์ ในกัมพูชา และจะประชุมนัดแรกในวันดังกล่าว เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ระดับชาติด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพราะเชื่อว่า คงไม่มีใครอยากเห็นประเทศไทย เป็นหนึ่งในเครือข่ายบนแผนที่ของอาชญากรรมข้ามชาติ

น.ส.ชยิกา กล่าวต่อว่าจึงขอเสนอให้รัฐบาล “ถอดรหัส” มาตรการว่าด้วยสิ่งที่สหรัฐอเมริกา–สหราชอาณาจักร–เกาหลีใต้ และเวียดนาม ใช้เพื่อกดดันเครือข่ายสแกมเมอร์มาประยุกต์ใช้กับไทย “ด้วยการต่อยอดจากกลไกที่รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้เคยทำสำเร็จไว้” ดังนี้ 1.โจมตีเส้นทางการเงิน (Financial Warfare) คว่ำบาตรผู้เล่นตัวหลัก–ตัดการเข้าถึงระบบการเงิน เพื่อทำให้ค่ายสแกมเมอร์ “เดินเงินยาก” และสร้างผลกระทบเชิงจิตวิทยา-การปฏิบัติการกับเครือข่ายทั้งวงจร ต่อยอดจากแผนเดิมของรัฐบาลแพทองธาร ให้ไทยมีบทบาทนำในการเป็นศูนย์ประสานงานนานาชาติในภูมิภาคนี้ โดยตั้ง ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) เพื่อขยายการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายอาชญากรรม กลุ่ม Prince Group ของนายเฉินจื้อ และผู้เกี่ยวข้องในไทย อย่าปล่อยให้ชาวเน็ต ต้องเป็นผู้สืบค้นความเชื่อมโยงกับบริษัทในไทยเอง

2. ยึดสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ โดยให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) , คณะกรรมการการฟอกเงิน (ปปง.)กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ตรวจสอบ เส้นทางบิตคอยน์ ที่เชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชาอื่น ๆ เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ

Advertisement

3. ไล่ปิดท่อรับสมัครผิดกฎหมาย ซึ่งเดิมรัฐบาลแพทองธาร เคยปิดเว็บไซต์เถื่อนไปแล้วกว่า 400,000 URL โดยมุ่งล้างโฆษณางานต่างแดนปลอมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เป็นท่อล่อเข้าสู่คอมพาวด์ และตัดที่ “จุดกำเนิดคน” ไม่ใช่แค่ “ปลายทาง” พร้อมต่อยอดด้วยการอัพเดตขึ้นเว็บไซต์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงรูปแบบมิจฉาชีพเหล่านี้ และ 4.ยกระดับเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ (UN) และชาติในประเทศอาเซียน (ASEAN) ช่วยกันแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และสแกมข้ามชาติดังที่รัฐบาลน.ส.แพทองธารได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง

“ขอฝากถึงนายกฯว่า อย่ากลัวที่จะต้องต่อยอดนโยบายเดิมของรัฐบาลแพทองธาร เพราะเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และการเป็นนายกฯ จะบอกว่า ไม่ทราบ ไม่รู้ถึงรายละเอียดของงานคงไม่ได้ เพราะหน้าที่นายกฯ จะต้องบูรณาการงานของทุกกระทรวง ตั้งแต่กระทรวงการคลัง, มหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาทุกข์ ของพี่น้องประชาชน และต้องเดินหน้ากดดันสแกมเมอร์ในกัมพูชาทุกวิถีทาง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กระทรวงการต่างประเทศไปเจรจากดดันได้ แต่ไม่ใช่ลอยตัวเหนือปัญหา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกองทัพ ตำรวจ และกระทรวงการต่างประเทศไปแก้ปัญหากันเอง” น.ส.ชยิกา กล่าว