แอมเนสตี้ มี 5 ข้อเรียกร้อง กังวลปมข่มขู่คุกคาม อังคณา ลามถึงบังคับสูญหายทนายสมชาย หวังรัฐเคารพเสรีภาพ-ปกป้องนักปกป้องสิทธิฯ ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณี นางอังคณา นีละไพจิตร ส.ว. ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ถูกโจมตีด้วยถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง รวมถึงการใช้ความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ภายหลังจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย้ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี
การโจมตีดังกล่าวไม่เพียงแต่ละเมิดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกของอังคณา ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัว ข่มขู่คุกคาม และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอและครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อการโจมตีลุกลามไปถึงกรณีการบังคับสูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแต่อย่างใด
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมบาดแผลในจิตใจของอังคณา นีละไพจิตร และครอบครัว เข้าข่ายการทรมานตามรายงานของคณะทำงานว่าด้วยการบังคับให้สูญหายโดยไม่สมัครใจ (WGEID)
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เห็นว่า การข่มขู่ คุกคามบุคคลที่ใช้สิทธิในการแสดงออกถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และขัดต่อมาตรฐานกฎหมายระหว่างประเทศ จึงมีข้อเรียกร้องต่อกรณีที่เกิดขึ้นดังต่อไปนี้
1.รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกำกับดูแลไม่ให้มีการข่มขู่ คุกคาม และเผยแพร่ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคน รวมถึงอังคณาและครอบครัวในทุกช่องทางโดยทันที พร้อมทั้งดำเนินการสอบสวนและเอาผิดต่อภัยคุกคามทุกรูปแบบที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ ล่วงละเมิด และเผยแพร่ข้อความเกลียดชัง โดยสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล
2.สื่อมวลชนและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อต้องปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพสื่ออย่างเคร่งครัด โดยหลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือนหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคล และยุติการเผยแพร่ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคน รวมถึงอังคณาและครอบครัวในทุกช่องทางโดยทันที
3.หน่วยงานที่กำกับดูแลสื่อและองค์กรวิชาชีพสื่อดำเนินการตรวจสอบและมีมาตรการทางจริยธรรมที่เหมาะสม ต่อสื่อมวลชนที่มีการเผยแพร่เนื้อหาสร้างความเกลียดชังหรือลดทอนความเป็นมนุษย์ของบุคคล
4.ภาครัฐต้องเคารพ ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก ปกป้อง
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม ตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ให้ไว้
5.ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอย่างปลอดภัยโดยคำนึงถึงมิติทางเพศ เพื่อมิให้นักปกป้องสิทธิมนุษยชนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทุกรูปแบบ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เน้นย้ำว่า การตั้งคำถาม การตรวจสอบ และการแสดงความคิดเห็นต่อการทำงานของรัฐ หรือผู้มีอำนาจเป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนพึงมี การปกป้องสิทธิมนุษยชนไม่ใช่อาชญากรรม การพยายามปิดกั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือข่มขู่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนย่อมเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ และไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน

