หน้าแรก การเมือง ลิณธิภรณ์ จี้...

ลิณธิภรณ์ จี้ อนุทิน อย่าประชุมเป็นพิธีกรรม แนะใช้โอกาสนานาชาติหนุน เป็นผู้นำปราบแก๊งสแกมเมอร์

20.10.25 | 13:30 น.

ลิณธิภรณ์ บี้ อนุทิน อย่าประชุมเป็นพิธีกรรม ใช้โอกาสนี้เป็นผู้นำปราบแก๊งสแกมเมอร์ในจังหวะที่นานาชาติหนุน ถาม รบ.อุ้มบุญจะทำเพื่อประเทศหรือมาแค่ปูทางเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ฐานะรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ที่ประเทศต่างๆ เริ่มกดดันและมีมาตรการจริงจังในการปราบกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ในกัมพูชาว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนความจริงที่เริ่มเห็นชัดว่านี้คือปัญหาระดับสากล แต่กลับยังไม่เห็นความพยายามของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยในประสิทธิภาพ และความจริงใจในการจัดการปัญหา เมื่อเทียบกับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ในสมัยรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เน้นให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกัน ตรวจสอบ และปราบปรามบัญชีม้าอย่างจริงจัง จนมีสถิติที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือดีอี ได้เปิดเผยว่าดีอีร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการระงับบัญชีม้าต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2567 จำนวนรวมกว่า 1,660,000 กว่าบัญชี (ปปง. 630,537 บัญชี ธนาคารระงับ 581,637 บัญชี และ ศูนย์ AOC ระงับ 455,241 บัญชี) และต่อมาในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 มีการระงับบัญชีม้าถึง 135,279 บัญชี ซึ่งต้นปีนั้นยังไม่รวมกับบัญชีที่ถูกระงับโดยสำนักงาน ปปง.และธนาคารพาณิชย์อีกด้วย ถือเป็นตัวเลขที่สะท้อนความตั้งใจจริงของรัฐบาลในขณะนั้น

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า แต่ในทางกลับกัน เมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ซึ่งเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่พรรคประชาชนร่วมค้ำยัน กลับยังไม่เห็นมาตรการเชิงรุกหรือแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการปัญหานี้ ทั้งๆ ที่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศผู้นำต่างๆ ทั่วโลก อย่างเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา อังกฤษกำลังส่งสัญญาณชัดให้เร่งปราบปรามเครือข่ายและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา ขณะเดียวกันฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย และแม้แต่ฝ่ายค้ำรัฐบาลอย่างพรรคประชาชน ต่างก็เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสด้วย เพราะไม่เพียงกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และความเชื่อมั่นของคนไทยจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์

“รัฐบาลชุดนี้พูดอยู่เสมอว่าจะดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับล่าช้า ทั้งที่นายกฯ อนุทินพูดชัดเจนว่าจะทำงานไม่มีวันหยุด หรือจะรอให้เกิดความเสียหายซ้ำอีกกี่ครั้งถึงจะเริ่มขยับ และควรใช้โอกาสนี้ที่ทั่วโลกกดดันกัมพูชา ให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง เพราะประชาชนคาดหวังการทำงาน ไม่ใช่แค่พิธีกรรมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาประชุม นี้คือโอกาสที่รัฐบาลจะพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นแค่รัฐบาลอุ้มบุญ หวังผลทางการเมือง เกียร์ว่างแล้วปูทางสู่การเลือกตั้ง แต่เป็นรัฐบาลที่มีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติจริงๆ หรือไม่” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

Advertisement