“เปรมศักดิ์” ปูด สว. จ่อโหวตตก 1ผู้สมัครเป็น กกต. ที่เคยเป็นปลัดกระทรวง อ้างเหตุสั่งไม่ได้
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 2 คน หลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มี พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ส.ว. เป็นประธาน กมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ
ก่อนที่ประชุมเข้าสู่การพิจารณาลับ พบว่ากลุ่ม ส.ว.เสียงข้างน้อยได้ขอใช้สิทธิอภิปรายแสดงความเห็นต่อกระบวนการลงมติของ ส.ว.เสียงข้างมากที่ส่อว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะถูกตรวจสอบในประเด็นการฮั้วเลือก ส.ว. และขณะนี้ กกต.ชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการอภิปราย นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ ส.ว. อภิปรายว่า การเสนอชื่อบุคคลให้ได้รับความเห็นชอบเป็น กกต. ขณะที่ชุดเดิมมีคดีตรวจสอบ อาจถูกมองว่าเร่งรัดเกินไป ซึ่งสังคมตั้งคำถามว่าเป็นการเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจ และการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะการจัดตั้งรัฐบาลมีข้อตกลงทางการเมืองเกี่ยวกับการยุบสภา ซึ่งกำหนดไทม์ไลน์ไว้ชัดเจน นอกจากนั้นแล้วกระบวนการเสนอชื่อ กกต. สังคมอยากรู้ว่าคนได้รับการเสนอชื่อมีวิธีการเสนอและตรวจสอบอย่างไร และวิธีการตรวจสอบเปิดเผยชัดเจนหรือประชุมลับ ว่าไม่ลับได้หรือไม่ เพราะมีข่าวหลังจากนั้นว่ามีใครอภิปรายอย่างไร
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวต่อว่า ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อความเห็นชอบองค์กรอิสระ ที่ประชาชนเห็นตรงข้ามกับการลงมติเห็นชอบโดย ส.ว.เสียงข้างมาก หากประชาชนรู้สึกว่ากรรมการองค์กรที่ควรเป็นอิสระถูกเลือกจากความไม่เป็นอิสระ คือมีส่วนได้เสียจากการเลือก มีภาพลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ มีอคติจะลดความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งที่จะถึง ว่าจะได้รัฐบาลอย่างไร
นพ.เปรมศักดิ์อภิปรายต่อว่า วันนี้มีการเมืองในสภา ทั้งสภาล่าง และ ส.ว. การเลือก กกต.ส่งผลทั้ง 2 สภา ดังนั้น การลงคะแนนเป็นการประลองกำลังระหว่างขั้วอำนาจทางการเมือง ที่พยายามผลักดันคนของตนเองไปเป็น กกต. สำหรับการลงคะแนนเลือก กกต. ตนไม่มั่นใจว่าจะได้ กกต.ที่เป็นกลาง
“การเลือกวันนี้มีข่าวรั่ว ว่าคนที่จะผ่าน คือคนที่เคยเป็นผู้ว่าฯ คนที่จะไม่ผ่านคือคนที่เคยเป็นปลัดกระทรวง รู้สึกเอะใจหรือไม่ คนที่เป็นถึงระดับปลัดกระทรวง มีประสบการณ์มาก แต่กลับไม่ผ่าน เหตุผลง่ายๆ คือ สั่งไม่ได้ ที่จริง กกต.ต้องสั่งไม่ได้ เพราะหากสั่งได้จะติดคุก สำหรับข่าวรั่วออกมาไม่สบายใจ อีกคนเป็นอดีตผู้ว่าฯจะได้รับเลือก เพราะสั่งได้ และเป็นเด็กในคาถา ขอเรียกร้องว่าอย่าให้การลงคะแนนเป็นไปตามข่าวลือ หากเป็นจริงต้องรับผิดชอบกันต่อไป อะไรก็ตามที่ว่าแน่ จัดการได้ บงการได้ สั่งการได้ หลายครั้งหงายท้องเป็นประวัติศาสตร์มาแล้ว” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

