หน้าแรก การเมือง นายกฯ หารือ เ...

นายกฯ หารือ เอกอัครราชทูต สปป.ลาว โอกาสพ้นจากหน้าที่ ย้ำความสัมพันธ์ 2 ชาติใกล้ชิดแนบแน่น

20.10.25 | 15:07 น.

นายกฯ หารือ “เอกอัครราชทูต สปป.ลาว” โอกาสพ้นจากหน้าที่ ย้ำความสัมพันธ์ไทย – สปป.ลาว ใกล้ชิดแนบแน่น พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือระหว่างกันในทุกมิติ เพื่อประโยชน์สองประเทศ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายคำพัน อั่นลาวัน (Mr. Khamphan Anlavan) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่
ภายหลังการหารือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับลาวให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการประสานงานการเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองจากรัฐบาลและประชาชนลาว

นายกฯ ได้ฝากคำขอบคุณมายัง นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว และนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว สำหรับการให้การต้อนรับอย่างสมเกียรติ และย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการร่วมมือกับ สปป.ลาว ในทุกมิติ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ

ด้าน เอกอัครราชทูต สปป.ลาว กล่าวขอบคุณนายกฯ ที่ให้การสนับสนุนการทำงานของสถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ด้วยดีเสมอมา พร้อมแสดงความยินดีที่นายกฯ ได้เลือก สปป.ลาว เป็นประเทศแรกในการเยือนอย่างเป็นทางการหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันแนบแน่นระหว่างสองประเทศ พร้อมอวยพรให้นายกรัฐมนตรีประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีสุขภาพแข็งแรง

Advertisement

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ ด้านพลังงาน ไทยได้เสนอให้ สปป.ลาว พิจารณาการขยายสัญญาสัมปทานและการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศไทย เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานระยะยาว ด้านการขนส่งสินค้าข้ามแดน และผ่านแดน นายกรัฐมนตรีเสนอให้ทั้งสองฝ่ายอำนวยความสะดวกและพิจารณาร่วมกันในเรื่องอัตราค่าขนส่ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้บริโภค

สำหรับประเด็นความร่วมมืออื่นๆ จะใช้กลไกการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม (Joint Commission – JC) และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission – JBC) ในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป

ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดและรอบด้านมากขึ้น และเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ของเอกอัครราชทูตจะช่วยสานความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทย – ลาว ต่อไปในอนาคต

โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยมิตรภาพและความอบอุ่น สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ ไทย–ลาว ที่แนบแน่น พร้อมเดินหน้าความร่วมมือเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกันของสองประเทศ