หน้าแรก การเมือง เริ่มแล้ว ประ...

เริ่มแล้ว ประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา ‘ประศาสน์’ หวัง เป็นจุดเริ่มต้นสู่สันติภาพ

21.10.25 | 13:27 น.

เริ่มแล้ว ประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชา ‘ประศาสน์’ หวัง เป็นจุดเริ่มต้นสู่สันติภาพ

เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 21 ตุลาคม การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมมณีจันทร์ รีสอร์ท  จ.จันทบุรี  โดยมีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ เป็นประธานกรรมาธิการฯ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับนายฬำ เจีย รัฐมนตรีประจำสำนักเลขาธิการแห่งรัฐว่าด้วยกิจการชายแดน ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝั่งกัมพูชา

ก่อนการเปิดการประชุม ผู้นำทั้งสองฝ่าย เข้ามาภายในห้องประชุม โดยนายประศาสน์ได้จับมือกับนายฬำ เจีย จากนั้น นายประศาสน์ กล่าวเปิดประชุม ว่า ทางการไทยหวังว่าท่านจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น สำหรับการประชุมสมัยพิเศษนี้ ในการหารือเรื่องการเส้นเขตแดนที่มีความซับซ้อน และจากผลการประชุมครั้งที่แล้ว หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่สันติภาพ

การประชุมในวันนี้ ถือว่าล่าช้ากว่ากำหนดการเดิมไป 1 ชั่วโมง จากเดิมกำหนดการเปิดการประชุมในเวลา 11.00 น. แต่ขยับเวลามาเป็น 12.05 น. เนื่องจาก ก่อนการประชุม ทั้งสองฝ่ายมีการหารือนอกรอบอย่างไม่เป็นทางการ

สำหรับผู้แทนฝ่ายไทย ที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ประกอบด้วย ผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ , เอกอัครราชทูตณกรุงพนมเปญ , อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก , อธิบดีกรมการปกครอง ,  เจ้ากรมแผนที่ทหาร , เจ้ากรมอุทกศาสตร์ , ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย , ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนจากเหล่าทัพ  ร่วมเป็นกรรมาธิการ

Advertisement

ขณะที่ ผู้แทนฝ่ายกัมพูชา ประกอบด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม , รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , ปลัดกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ , รองผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 5 ผู้ว่าราชการจังหวัดไพลิน , ผู้ว่าราชการโพธิ์สัตว์ , รองผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ของกัมพูชา รวมกว่า 60 คน ร่วมเป็นกรรมาธิการ

ประเด็นหลักที่จะหารือกันนี้ในการประชุม ครั้งนี้ซึ่งถือเป็นวาระพิเศษ ที่จะมีการหารือ กรณีที่ประชาชนชาวกัมพูชารุกล้ำพื้นที่อธิปไตยไทยบริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว และแจ้งให้กัมพูชาทราบว่าพื้นที่ที่ไทยจะสร้างรั้วแนวตรงเชื่อมหลักเขตแดนที่สองฝ่ายเห็นตรงกัน