ภราดร ชี้ร่างหลักของพรรคประชาชน เปลี่ยนแปลงได้ในชั้นกรรมาธิการ ไม่ให้ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญได้ พร้อมยอมรับ ‘กฎหมายประชามติ’ ประกาศใช้ ทำให้สภามีเวลาทำงานมากขึ้น เหตุร่นเวลาทำความเข้าใจประชาชนเหลือ 60 วัน มั่นใจนายกฯไม่ยุบสภาก่อน 31 ม.ค.69
เมื่อเวลา 12.48 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 156 มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ประกอบกับประธานคณะกรรมาธิการก็มาจากพรรคประชาชน เป็นห่วงว่าการแก้ไขจะสุ่มเสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า เมื่อสภามติให้ใช้ร่างของพรรคประชาชนเป็นหลักก็ต้องเป็นไปตามมติของสภา ส่วนจะผ่านสภาในวาระ 3 ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการจะพิจารณาอย่างไร ตนเคยอภิปรายแล้วว่ารัฐสภามีข้อกังวลหลายส่วน แม้แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยเองรัฐสภาก็มีข้อกังวล แต่ประเด็นใดที่สมาชิกมีความกังวล เราก็จะไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ
นายภราดรกล่าวว่า ขณะที่ร่างของพรรคประชาชนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นกังวล เช่น ประเด็นว่าขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ เกี่ยวกับการได้มาได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาชนบอกว่าการเลือกตั้งโดยตรง แต่การทำหน้าที่ไม่ใช่เป็นผู้ร่าง เป็นเพียงที่ปรึกษาของผู้ยกร่างเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องที่ไม่มีการระบุไว้ว่าห้ามให้ ส.ส.ร.ที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 นี่คือสองข้อกังวลหลักๆ ที่พรรคภูมิใจไทยจะแสดงความเห็นในชั้นกรรมาธิการว่า 2 ประเด็นนี้อาจเป็นอุปสรรคใหญ่ในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจะทำให้ร่างผ่านหรือไม่ในวาระ 3 ดังนั้น กรรมาธิการต้องไปพิจารณาว่าหากมี 2 เรื่องนี้ก็จะเป็นข้อกังวลได้
เมื่อถามว่า แม้ร่างของพรรคประชาชนจะเป็นร่างหลัก แต่สามารถแปรญัตติให้คลายความกังวลได้ใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ทุกร่างมีการระบุว่าจะทำอะไร แต่เป็นเพียงหลักการกว้างๆ ว่าจะให้เพิ่มเติมหมวด 15/1
เมื่อถามว่า มีปัจจัยอื่นที่จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จตาม MOA หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุแล้วว่าจะยุบสภา 31 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นไทม์ไลน์เดิมที่ตั้งเอาไว้ และเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 วัน ไม่เกิน 60 วัน ดังนั้น คร่าวๆ การเลือกตั้งจะมีขึ้นไม่วันที่ 22 มีนาคม 2569 ก็เป็นวันที่ 29 มีนาคม 2569 ซึ่งการทำประชามติต้องทำวันเดียวกับวันเลือกตั้ง ดังนั้น การลงประชามติก็จะนับย้อนหลังว่าจะทำวันไหน และรัฐบาลต้องออกคำถามประชามติวันที่เท่าไหร่ เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายประชามติฉบับใหม่ ซึ่งได้แก้ไขใหม่เป็น 60 ถึง 150 วัน ซึ่งร่นมาจากเดิม 90 วัน ทำให้เวลาของรัฐสภาเพิ่มขึ้นอีก 2-3 สัปดาห์ จึงเชื่อว่าจะทำงานได้ทัน อย่างไรก็ตาม กรอบของการทำประชามติถ้าเป็นแบบนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าในชั้นกรรมาธิการจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในกำหนดได้
ส่วนคำถามประชามตินั้น มีการกำหนดไว้อยู่แล้วด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคิดว่าในส่วนของรัฐสภาไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกส่วนเห็นพ้องกันว่าต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนการยุบสภา นายภราดรกล่าวว่า ยุบสภาน่าจะไม่มี เพราะนายกรัฐมนตรีประกาศแล้วตามกำหนดเวลา 4 เดือน และนายกฯก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ท่านพูดถึงหากมีอุบัติเหตุเฉยๆ แต่ไทม์ไลน์เดิมคือ 31 มกราคม 2569

