หน้าแรก การเมือง มติสภา 184:13...

มติสภา 184:133 ไม่ให้นิรโทษเยาวชน-คดี 112 ด้าน สส.ปชน.ผิดหวัง ชี้เอาแบบนี้สันติสุขไม่มีทางเกิด

21.10.25 | 16:25 น.

‘ทนายแจม’ จี้แก้มาตรา 3 ร่างกม.สันติสุข ให้รวมเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี ในคดี ม.112 ชี้ อย่าปล่อยคนรุ่นใหม่ติดคุก เพราะเห็นต่าง ด้าน ‘ชัยธวัช’ เสนอนิรโทษ 112 แบบมีเงื่อนไข ย้ำ หากกีดกันคดีนี้จะยิ่งบ่มความขัดแย้งในสังคม มติสภาฯ 184 เสียง ปิดช่องนิรโทษกรรม เยาวชน- ผู้ต้องคดีม.112 แบบมีเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข ฉบับที่… พ.ศ. … ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นประธาน พิจารณาแล้วเสร็จแล้ว

เข้าสู่การพิจารณามาตรา 3 ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้มิให้ใช้บังคับแก่บุคคลที่กระทำความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอันมีสาเหตุมาจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกใดๆ อันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2568

โดย น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ผู้สงวนคำแปรญัตติเสนอให้รวมการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ว่า การกำหนดในมาตรา 3 เหมือนเป็นการล็อกไว้ให้นิรโทษกรรมเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น ตนอยากฝากถึง ส.ส.ว่ายังมีผู้ต้องขังทางการเมืองอีกหลายคนที่รออยู่ข้างนอกและมีเสียงวิจารณ์มากว่าการผ่านกฎหมายฉบับนี้โดยไม่แตะมาตรา 3 จะเป็นการนิรโทษกรรมให้กับคนบางกลุ่มหรือไม่ หรือละทิ้งผู้ต้องขังทางการเมืองบางกลุ่มหรือไม่ ซึ่งในชั้นสภา และชั้น กมธ.มีการถกเถียงประเด็นคดี 112 กันมาก แต่ตนขอความเห็นใจว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องแก้ไขในมาตรานี้ โดยเพิ่มบรรทัดท้ายตามที่ตนเสนอความเห็น เพื่อที่อย่างน้อยเราจะยังสามารถปลดพันธนาการให้กับคนอายุต่ำกว่า 18 ปีได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติ กลับมาเรียนหนังสือหรือประกอบอาชีพตามปกติได้ และยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อมาตราอื่น

น.ส.ศศินันท์กล่าวต่อว่า ส่วนที่บางคนกังวลว่าหากปลดล็อกในส่วนของเยาวชนแล้ว จะมีผลให้มีการนิรโทษกรรมทันทีหรือไม่ ตนขอชี้แจงว่าจะต้องมีการเข้าสู่กระบวนการของคณะกรรมการอยู่ดี ดังนั้น ไม่อยากให้มีความกังวลหรือกลัวจนเกินไป และหากยึดตามหลักสากลเราก็มีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่มีการระบุว่าไม่ควรดำเนินคดีกับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีการโหวตตามที่ตนเสนอก็จะเป็นผลดีกับสภา และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในอนาคต จึงความกล้าหาญกับ ส.ส.อีกสักครั้ง

Advertisement

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะ กมธ.ฯเสียงข้างน้อย เสนอให้แก้ไขในมาตรา 3 ว่า ภายใต้บังคับมาตรา 6 ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐานทุจริต หรือประพฤติมิชอบการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เฉพาะกรณีที่ผู้กระทำความผิดไม่ยอมรับมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ตามที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขกำหนด การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือได้รับอันตรายสาหัส และการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใด ที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาตนพยายามพูดคุยกับหลายคนที่มีความเห็นแตกต่างกันกับเยาวชนคนรุ่นใหม่ และกลุ่มบุคคลที่ออกมาแสดงออกทางการเมืองและถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 โดยจำนวนมากมีความเข้าใจมากขึ้น และไม่ปฏิเสธเสียทีเดียวว่าการปรองดองสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้อภัยกันด้วยการนิรโทษกรรมคดี 112 เพียงแต่เขากังวลว่าเมื่อมีการนิรโทษกรรม แล้วบุคคลเหล่านี้ออกมาจะกลับมาแสดงออกทางการเมือง ในสิ่งที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยอีกหรือไม่ จึงเป็นที่มาให้เสนอนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไข จึงเชื่อว่ามาตรการนี้เป็นความพยายามที่สุดที่จะหาจุดตรงกลางที่เข้าใจทุกฝ่ายทั้งฝ่ายที่มีความกังวล และฝ่ายที่ถูกดำเนินคดี เพื่อทำให้การนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้ สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดที่บอกว่าจะสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้อย่างแท้จริง

“ผมยังเชื่อว่าหากมีการนิรโทษกรรมครั้งนี้ให้ความสนใจและขีดเส้นแต่กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับกลุ่มการเมืองที่ขัดแย้งกันในอดีต แต่กีดกันการดำเนินคดีทางการเมืองที่มีนัยสำคัญที่สุดในปัจจุบันและอาจจะเกิดขึ้นในอนาคตออกไป จะทำให้กฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ แต่อาจจะกลายเป็นบ่มบาดแผล และความขัดแย้งในสังคมไทยในปัจจุบันเอาไว้ให้บาดลึกมากยิ่งขึ้น และอาจจะกดดัน ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทยในอนาคตได้” นายชัยธวัชกล่าว

นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า ต้องยอมรับว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การดำเนินคดีมาตรา 112 กลับเกิดขึ้นอีกครั้งในอัตราสูง และมีความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก และปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดขึ้นหลังจากที่มีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ออกมาแสดงออกทางการเมือง จนนำไปสู่การดำเนินคดี แต่หากเราพยายามทำความเข้าใจจะเห็นว่าเหล่านี้เป็นเพียงปลายเหตุ และผลสะท้อนถึงความไม่พอใจของพวกเขาต่อสิ่งที่คนรุ่นเก่าได้สร้างไว้ให้กับการเมืองไทย และส่งมอบเป็นมรดกให้กับพวกเขา ดังนั้น การที่หลายฝ่ายบอกว่าอยากให้เกิดการยุติการแสดงออกที่น่ากังวลและสร้างความไม่สบายใจ และไม่อยากเห็นการดำเนินคดีตามมาตรา 112 จนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมืองอีก ทางออกในเรื่องนี้เป็นภาระของพวกเราทุกคนที่จะช่วยทำให้การเมืองไทยภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี้เข้ารูปเข้ารอยอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ใช่ไปหาทางออกด้วยการลงทัณฑ์คนรุ่นใหม่เหล่านี้

นายชัยธวัชกล่าวอีกว่า ตนขอเชิญชวน ส.ส.ทุกคนวันนี้ว่าเราร่วมกันเปลี่ยนอนาคตได้ และร่วมกันสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้ ด้วยการทำให้สังคมไทยน่าอยู่ สามารถอยู่ร่วมกันได้แม้จะมีความเห็นแตกต่างกันอย่างสันติ จึงเสนอให้ นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 อย่างมีเงื่อนไข หรืออย่างน้อยก็เห็นด้วยกับให้พิจารณานิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ให้แก่เยาวชนต่ำกว่า 18 ปี อยากให้ ส.ส.ใช้มโนธรรมสำนึก และความกล้าหาญ ความผิดชอบชั่วดีแสวงหาสันติสุขอย่างแท้จริง

จากนั้นเวลา 13.35 น. หลังจากที่พักการประชุมไปประมาณ 1 ชั่วโมง เนื่องจากมีข้อเห็นแย้งระหว่างกรรมาธิการในร่างมาตรา 3 ว่าด้วยเงื่อนไขของการไม่ได้รับนิรโทษกรรมในบางคดี ทว่า กมธ.เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นให้ปรับเนื้อหาเพิ่มการนิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไขนั้น

ภายหลังการหารือแล้วเสร็จ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน กมธ. ได้แจ้งว่า ที่ประชุมมีข้อยุติว่าร่างมาตรา 3 นั้นจะเป็นไปตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอ แต่ในร่างมาตรา 9/1 นั้นได้ปรับแก้ไขเนื้อหาดังนั้น เชื่อว่าสภาจะเห็นชอบ

โดย น.ส.ศศินันท์ยืนยันการปรับแก้เนื้อหาที่เพิ่มการนิรโทษกรรมให้เยาวเชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเชื่อว่าไม่ขัดต่อหลักการ อีกทั้งการกำหนดประเด็นเยาวชนไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดขนาดว่าการถูกดำเนินคดีอยู่ในขั้นตอนใด จากที่ กมธ.พิจารณาคดีปิดสนามบิน คืนสิทธิล้มละลาย ระงับค่าเสียหายหรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่หนักกว่ามาก ไม่ต้องถกเงื่อนไขต่างๆ

“รู้สึกผิดหวังว่าต้องหาทางออกแบบอ้อมๆ เลียบๆ เคียงๆ และไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับประโยชน์ต้องการอะไรกันแน่ แม้โหวตวันนี้จะไม่ชนะ แต่ฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้ สร้างเสริมสันติสุขไม่ได้ หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลี นิรโทษกรรมกับเยาวชน” น.ส.ศศินันท์กล่าว

จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติตัดสิน โดยพบว่ามติเสียงข้างมาก 184 เสียง เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ขณะที่ 133 เสียงเห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างน้อย ก่อนที่ที่ประชุมได้พิจารณาในรายละเอียดของมาตราต่อไป