หน้าแรก การเมือง นายกฯ เอาจริง...

นายกฯ เอาจริง ปราบสแกมเมอร์ ลั่น ถึงเปิดมาเจอชื่อ อนุทิน ผบ.ตร.ก็ต้องจับ มั่นใจ วรภัค

21.10.25 | 19:38 น.

นายกฯ ลั่นถือสองสัญชาติเกี่ยวพันแก๊งสแกมเมอร์คือ เจตนาไม่สุจริต สั่งเดินหน้ากวาดล้างขั้นเด็ดขาด – ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองระดับสูง ยันถ้าผิดจริง จับแม้แต่ตัวผมเอง ชี้ หากรัฐมนตรี มีเอี่ยวสแกมเมอร์ ไม่ต้องตัดใจ เหตุ ”ไม่ใช่พ่อไม่ใช่ลูก“ ต้องดำเนินคดีทันที บอก เปิดมาเจอชื่อ ‘อนุทิน’ เชื่อ ผบ.ตร.ก็ต้องจับ

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่ ปช.ปส. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลถือสองสัญชาติและเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยระบุว่า ผู้ที่ถือสองสัญชาติและพยายามขอสัญชาติไทยนั้นถือเป็นการกระทำโดยมีเจตนาไม่สุจริต ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามกฎหมาย และถือเป็นการ “ตัดไฟแต่ต้นลม”

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยถือว่ามีความก้าวหน้าในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์มากกว่าหลายประเทศ เนื่องจากได้รับนโยบายที่ชัดเจนจากนายกรัฐมนตรี และมีการประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด แม้บางประเทศจะให้ความร่วมมือจำกัด แต่ก็สามารถส่งผู้กระทำผิดกลับมายังประเทศไทยได้แล้วกว่า 100 คน เฉพาะในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อมูลที่มีนักการเมืองสองรายเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ในขั้นต้น ต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์และตรวจสอบอย่างละเอียด หากพบพฤติกรรมและหลักฐานชัดเจน จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่เว้นแม้แต่นักการเมืองระดับสูง

นายอนุทิน เสริมว่า “ถ้ามีหลักฐานมัดตัวว่าใครทำผิดจริง ก็ต้องดำเนินการทั้งหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งชื่อของผมเอง ถ้าทำผิดก็ต้องถูกจับ เพราะกระบวนการยุติธรรมต้องอยู่เหนือทุกคน

Advertisement

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ตอบคำถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวลือรัฐมนตรี นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่เกี่ยวโยง กับการฟอกเงิน โดยกล่าวว่า ตนมีความมั่นใจในตัวรัฐมนตรีวรภัค พร้อมสนับสนุนให้มีการชี้แจงต่อสาธารณะ หากมีข้อสงสัยเกิดขึ้น

เมื่อถามว่าให้กำลังใจนายวรภัค เป็นการส่วนตัวหรือไม่ ว่า ไม่จำเป็นต้องให้กำลังใจ คนระดับนี้เขาตั้งใจมาทำงาน ไม่ต้องการกำลังใจ แต่หากเขาถูกกล่าวหาอะไรไป ซึ่งก็ได้เรียนไปว่าท่านต้องชี้แจง เพราะถูกกล่าวหาแบบนี้ มันมีความร้ายแรง กระทบต่อความเชื่อมั่นของการทำงาน ซึ่งท่านก็รับปากทันที และไม่ได้บอกว่าให้ช่วยเหลือ โดยเจ้าตัวยืนยันว่า จะชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก และแถลงข่าวที่กระทรวงการคลัง ตนก็ขอให้ทำรายงานมาที่ตน ท่านก็ไปทำรายงานทันที คำชี้แจงก็ต้องเป็นไปตามนั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจในความบริสุทธิ์ของนายวรภัคใช่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า คนที่มาเป็นรัฐมนตรีไม่ได้เป็นใครแล้วเราก็หยิบมา

ส่วนหากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา ตามที่ถูกกล่าวหาจริง จะต้องถึงขั้นปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า เวลาที่ตนทำงานในฐานะเจ้าพนักงาน ไม่ได้ดูว่าเป็นชื่อใคร แต่ดูที่พฤติกรรม ดูหลักฐาน ดูเส้นทางที่มาที่ไป และต้องปิดชื่อ เพราะหากเปิดชื่อไปจะเกิดความไขว้เขว หากพฤติกรรมไม่ได้ หรือเส้นทางชัดเจนว่ามีที่มาที่ไม่ถูกต้อง เปิดชื่อมาเจอคนไหนก็ต้องดำเนินคดี ไม่ได้ยากอะไร ทำไมผู้สื่อข่าวต้องคิดว่ามันยากเย็นแสนเข็ญด้วย

ผมเชื่อว่า ผบ.ตร.ไม่ว่าท่านไหนก็ตาม รวมถึงท่านนี้ด้วย (พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์) ผมว่าต่อให้เปิดมาเจอชื่อ “อนุทิน” เชื่อว่าท่านก็จับครับ ขอให้มั่นใจต้องดำเนินการ ไม่มีทางที่จะไม่ดำเนินการ ถ้าเราไม่ทำกลายเป็นเราผิด แล้วเรื่องอะไรต้องไปเดือดร้อนกับคนพวกนี้ เปิดชื่อมาจ๊ะเอ๋เจอชื่อใครก็คนนั้น” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าหากจะต้องแก้ปัญหาสแกมเมอร์ให้ถูกจุด จะต้องตัดเส้นเงินกลุ่มสแกมเมอร์ที่เอามาฟอกเงินในไทย หรือจะต้องตัดใจจากรัฐมนตรีบางคนหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า “ไม่ตัดใจเลย ไม่ใช่พ่อไม่ใช่ลูก ไม่ใช่พี่ไม่ใช่น้อง ต่อให้เป็นพ่อเป็นลูก เมื่อมันทำผิดก็ต้องโดน” นายอนุทิน กล่าว

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้มีการพูดถึงว่าจะมีการเพิกถอนสัญชาติของบุคคลที่ถือ 2 สัญชาติ ว่า ผู้สื่อข่าวก็มาสอบถามว่าใช่คนนี้หรือไม่ เกี่ยวข้องกับคนนี้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ยากขึ้น ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่าเขาผิดอย่างไร เพราะเพียงแค่ถือสัญชาติอื่น แล้วมาขอสัญชาติไทย ก็ถือว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์แล้ว ซึ่งเดี๋ยวกระทรวงมหาดไทยก็จะดำเนินการเพิกถอนสัญชาติของบุคคลเหล่านี้ขึ้นมาทันที และถือเป็นการตัดต้นตอแล้ว ไม่ต้องดูว่าเขากระทำผิดอะไร